เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ขณะกำลังวางแผนเจาะภูเขาเข้าไปยังถ้ำหลวง ทางช่องไทยพีบีเอส โดยกล่าวว่า การนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ในการเจาะเพื่อหาโถงถ้ำ โดยเจาะเข้าข้างนอกภูเขา เนื่องจากการเจาะจากข้างบนบนสันเขาทำได้ยากเพราะมันสูงมาก เข้าด้านข้างยังพอมีหวัง เพราะจากการดูลักษณะภูมิประเทศแล้วมันมีตำแหน่งที่พอเป็นไปได้
ตอนนี้มีกรมทรัพยาธรณี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทีม ปตท.สผ. พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.เกษตร ส่งทีมเข้ามาทำการสแกนดูลักษณะสภาพความสูงต่ำของภูเขาเป็นอย่างไร นำโดรนบินเพื่อให้เห็นลักษณะพื้นผิวด้านบนเป็นอย่างไร เมื่อข้อมูลมาแมชกันจะรู้ตำแหน่งของโพรงถ้ำ คือ ข้างบนเป็นผิว ข้างล่างมีถ้ำเพื่อวางตำแหน่งเครื่องเจาะแล้วเจาะเข้าไป
“การเจาะนั้น เราจะเจาะด้วยหลุมไดมิเตอร์ ใช้หัวเจาะที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 4-5 นิ้ว เหมือนการนำเข็มไปเจาะภูเขา ดังนั้นตำแหน่งต้องแม่นยำ เมื่อได้ข้อมูลแล้ว จะวางแผนการเจาะ แต่เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน เราต้องทำแผนขนานกัน เรื่องการสแกนผิวด้านนอก สแกนด้านใน เพื่อดูว่าถ้ำอยู่ตรงไหน ทีมที่เกี่ยวข้องในส่วนการขนเครื่องจักรมาเตรียมพร้อมเพื่อเจาะ มีสมาคมวิชาชีพทางวิศวกรรมร่วมมือกันหลายฝ่าย มีบริษัทผู้เชี่ยวชาญการเจาะนำเครี่องเจาะมา ตอนนี้ประเมินจุดที่ได้คร่าวๆ เพราะมันเป็นการนำเข็มไปเจาะภูเขา จึงมีโอกาสคลาดเลื่อนได้สูง และต้องรอข้อมูลหลังการสแกนโพรงถ้ำก่อน”


นอกจากนี้ รศ.สุทธิศักดิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงลักษณะทางกายภาพของถ้ำ โดยกล่าวว่าเป็น ภูเขาหินปูน ซึ่งในภาพรวมหินปูนเป็นหินที่แข็ง แต่เปราะ วิธีการเป็นการเจาะกระแทก percussion drilling และใช้ลมเป่าหินออกมา ซึ่งการเจาะกระแทก มันมีการสั่น แต่การสั่นเมื่อเทียบกับมวลหิน มวลภูเขา ถือว่าเล็กมาก การเจาะใช้หัวเจาะเริ่มที่ 4-5 นิ้ว จะทำให้เร็ว สามารถเจาะได้10-15 เมตรต่อชั่วโมง เมื่อเทียบเวลาที่เหลือ หัวเจาะขนาดนี้น่าจะเหมาะสม ถ้าจะให้ใช้หัวเจาะใหญ่กว่านั้น จะใช้เวลามากขึ้น แต่ก็มีเทคนิค เมื่อเจาะได้รูขนาดหนึ่งแล้ว อาจมีเครื่องขยายให้ใหญ่ขึ้น
“อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเรื่องความสั่นสะเทือน ดังนั้นจะให้ผู้เชี่ยวชาญการเจาะระมัดระวังตำแหน่งที่อยู่ใกล้ๆบริเวณที่น่าจะเจอถ้ำ และหินไม่ได้มีมวลต่อเนื่อง เพราะการเจาะกระแทกนั้น ถ้าหินเป็นมวลต่อเนื่อง จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าบริเวณนี้มีรอยแตกเยอะ การเจาะหินปูนที่มีรอยแตก และมีโพรง จะมีโอกาส ความเสี่ยงเรื่องหินมาติดขัดที่ตัวก้านเจาะอาจทำให้เจาะลำบากขึ้น จึงต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยประเมิน นอกจากนี้มีความกังวลเรื่องการสั่นจากการเจาะจะทำให้หินงอกหินย้อยร่วงลงไปไหม ตรงนี้เป็นประเด็นที่เราต้องกังวล และไม่ประมาท ขณะนี้ต้องเจาะให้เจอก่อน ถ้าเจอแล้วเป็นอีกแผนหนึ่ง ถ้าเจาะเจออย่างน้อยผมหวังลึกๆให้น้องๆได้รู้ว่า ว่าเรากำลังช่วยน้องอยู่เป็นประเด็นสำคัญ ส่วนวิธีการนี้ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ การลำเลียงเครื่องจักรเข้าพื้นที่ จุดที่เจาะ ต้องดูการเคลียร์ทาง อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ” รศ.สุทธิศักดิ์ กล่าวและว่า
“ก่อนเริ่มเจาะภูเขา ยังอยากดูอีกช่องทางหนึ่งก่อนว่าจะสำเร็จหรือไม่ นั่นคือ การสำรวจของทีมธรณีที่พบปล่องและปภ.ส่งคนลงไป เป็นปล่องลึกประมาณ 80-90 เมตร ซึ่งปล่องนั้นนั้น ต้องหย่อนกล้องส่องลงไปดูในจุดที่เลย 80-90 เมตร ว่าช่องทางลงไปข้างล่างได้ไหม ถ้าข้างล่างสามารถลงไปได้ การเจาะจะเป็นออพชั่นรองทันที เพราะการเจาะมีความเสี่ยงเรื่องการสั่นมากกว่าการหย่อนลงไปทางปล่อง ดังนั้นต้องดูข้อมูลทุกทางในเวลาเดียวกัน”

ด้านนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ซึ่งเดินทางไปร่วมงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.เขต 15 เชียงราย) ในการวางแผนเข้าช่วยเหลือโค้ชและนักฟุตบอลที่ติดอยู่ภายในถ้ำ กล่าวว่า การเจาะภูเขาเป็นแนวทางเลือกที่เริ่มมรตั้งแต่ต้น ซึ่งผู้ว่าฯสั่งการมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าจำเป็นต้องศึกษาแนวทางการเจาะด้วย เป็นทางเลือกทางหนึ่งที่เราต้องพิจารณาอยู่แล้วจะเจาะตรงไหน ต้องผ่านการสำรวจที่เกี่ยวข้องทางวิศวกรรม ให้ทราบว่าสภาพหิน ลักษณะของถ้ำ ภูมิสัณฐานของถ้ำเป็นเช่นไรเท่าที่ผมได้เข้าไป หินส่วนใหญ่เป็นหินปูน แต่เป็นการมองทางกายภาพ ในวันนี้เป็นการตรวจสอชั้นหิน จะมาช่วยการประเมินว่าตรงไหน ตำแหน่งที่เจาะนั้น มีการพูดคุยคร่าวๆแล้ว เพียงแต่อยากชัดเจนต่อเมื่อเรามีข้อมูลสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับธรณีวิทยาก่อน


