หน้าแรก ภูมิภาค ให้ประกันเสี่...

ให้ประกันเสี่ยเบนซ์ ลอบขนเงิน 30 ล้าน สั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

30.06.18 | 12:17 น.

ความคืบหน้ากรณีที่นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคาย และตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ร่วมกันจับกุมนายขันธ์ สารสุวรรณ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1017 หมู่ 21 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ขณะขับรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ E 300 สีเทา ทะเบียน กค 6688 หนองคาย เตรียมเดินทางออกนอกประเทศไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถพบถุงผ้ามีซิปเปิดปิด จำนวน 22 ใบ วางกระจายอยู่บนพื้นภายในห้องผู้โดยสาร ใช้แผ่นยางปูพื้นรถปิดทับไว้ ภายในถุงผ้ามีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท รวมจำนวน 30,185,000 บาท โดยจับกุมได้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 มิถุนายนนั้น

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เช้าวันนี้ บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.หนองคาย ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจรถยนต์ที่เข้า-ออกมากขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมา
นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า หลังจากที่มีการจับกุมการลักลอบขนเงินไทยออกนอกประเทศ 98 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ก็ได้มีความเข้มงวดในการตรวจสอบทั้งขาเข้าและขาออก แต่ด้านขาออกเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนชาวลาวที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ไทย จึงให้เน้นในเรื่องงานการข่าวมากกว่า ซึ่งได้มีการเกาะติดสถานการณ์ด้านการข่าวอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จะเข้มงวดมากกว่าเดิมหรือไม่นั้น ขอใช้คำว่า “กัดไม่ปล่อย” มากกว่า จากการข่าวตอนนี้ยังมีเหลืออีก 1 ขบวนการ ที่ยังมีพฤติกรรมเช่น 2 ขบวนการแรกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้า อีกทั้งไม่ต้องการให้ขบวนการที่ถูกจับกุมไปแล้วกลับมาทำอีก จึงต้องคงมาตรการต่างๆ เอาไว้


นายนิมิตรกล่าวต่อว่า เมื่อผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมขอระงับคดีในชั้นศุลกากร หากมีการพิจารณาให้มีการระงับคดีแล้ว ต้องรอให้กรมศุลกากรเป็นผู้สั่งการอีกครั้งหนึ่ง ส่วน ปปง.กับ ป.ป.ส.นั้นต้องแยกสืบสวนดำเนินคดีกัน ขยายผลต่อเนื่องต่อไปว่ากลุ่มขบวนการนี้ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เงินมาจากไหน เป็นเงินอะไร ซึ่งจากการสืบสวนของศุลกากรนั้นมองว่าเป็นเงินใต้ดิน เป็นเงินที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของประเทศเพื่อนบ้าน หรือฝั่งไทยของเราเอง ฉะนั้น ขบวนการจึงมีวิธีดำเนินการที่ปกปิด ซึ่งศุลกากรไม่อยากให้มีขบวนการแบบนี้เกิดขึ้นในจุดผ่านแดนทุกๆ จุด เพราะอาจจะเป็นช่องทางให้กลุ่มขบวนการยาเสพติดและกลุ่มขบวนการที่ทำผิดกฎหมายอื่นๆ ใช้ช่องทางนี้ในการฟอกเงิน อีกทั้งยังทำให้สกุลเงินบาทของไทยผันผวนได้ และยังเป็นการกระทำผิดกฎหมายด้วย

“ในส่วนของผู้ต้องหานั้น หลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้สอบปากคำแล้ว ผู้ต้องหายื่นขอระงับคดีในชั้นศุลกากรตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และได้รับอนุญาตให้ประกันตัวไปแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. หลักทรัพย์ในการประกันตัวคือเงินของกลางที่ถูกยึดไว้ ซึ่งหากทางกรมศุลกากรให้มีการระงับคดีตามที่ผู้ต้องหายื่น ก็จะต้องเสียค่าปรับ 20,000 บาท และได้รับเงินคืนตามสิทธิ 2 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือก็จะถูกยึดไว้ทั้งหมด และผู้ต้องหาต้องสามารถให้เจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อมาทำการสอบสวนได้ตลอด และห้ามหลบหนีออกนอกประเทศ ล่าสุดศุลกากรหนองคายได้ประสานให้ ปปง.เดินทางมาสอบสวนแล้ว” นายนิมิตรกล่าว