เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน นายสุรทิน ชัยชมภู นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย พร้อมด้วยลูกทีมยังคงนำอุปกรณ์ไปทำการขุดเจาะน้ำบริเวณปากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำควบคู่ไปกับการสูบด้วยเครื่องสูบน้ำตามปกติที่สูบออกโดยตรง ล่าสุดพบว่าเวลาประมาณ 12.00 น. น้ำจากท่อที่ได้จากการขุดเจาะของสมาคมได้พวยพุ่งออกเป็นจำนวนมากใกล้เคียงกับปริมาณน้ำที่ได้จากการสูบโดยตรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องต่อท่อเพื่อผันน้ำจากท่อปกติไปทางด้านข้างและเพิ่มสูบเล็กเพื่อให้น้ำไหลลงลำธารธรรมชาติได้โดยสะดวก ส่วนบริเวณด้านหน้าปากถ้ำปล่อยให้น้ำบาดาลโพยพุ่งออกมาโดยตรงต่อไป
นายสุรทินกล่าวว่า หลังจากเร่งขุดเจาะน้ำบาดาลบริเวณหน้าถ้ำมาตลอดทั้งวันจนลึกได้ประมาณ 42 เมตร ก็สามารถเจาะทะลุโพรงไปถึงน้ำชั้นใต้ดิน สามารถนำน้ำออกมาได้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แต่น้ำใต้ดินยังมีปริมาณมากจึงจะมีการขุดเจาะในบริเวณใกล้เคียงกันเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 5 จุดต่อไป ขณะที่สถานการณ์ภายในถ้ำพบว่าเจ้าหน้าที่ทหารกรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ หรือหน่วยซีล สามารถดำและเดินเท้าไปจนถึงบริเวณโถงที่ 3 บริเวณปากทางที่จะไปยังพัทยาบีช ห่างจากปากถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตรได้อีกครั้ง โดยระดับน้ำลดลงมากกว่า 67 เซนติเมตร เนื่องจากฝนไม่ตกหนักเหมือนเดิมโดยตกเป็นช่วงๆ เว้นระยะกันนาน ทำให้มีการต่อสายเชือกและระบบสูบน้ำ ไฟฟ้า เข้าไปยังภายใต้ต่อไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย ในฐานะกองเลขานุการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.เชียงราย ได้แจ้งว่าขณะนี้ยังขาดหลอดไฟฟ้าแอลอีดีหรือหลอดอัจฉริยะ ที่จะใช้ส่องสว่างภายในเพราะมีขนาดเล็กและกะทัดรัดโดยให้แสงสว่างที่ดี ดังนั้นหากผู้ใดต้องการบริจาคให้แจ้งไปยังหัวหน้าสำนักงาน ปภ.เชียงราย โทร 089-9696-728 ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยภายในถ้ำได้แจ้งถึงทีมแพทย์ภายนอกให้เตรียมอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉินเข้าไปภายในถ้ำจำนวน 26 ชุด

