กรณี นางบุญยืน เรืองอยู่ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 136/1 บ้านเกาะ หมู่ 7 ต.บ้านดารา อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พร้อมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านหนึ่งล้านบาท ร้องเรียนว่า เงินกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาทของบ้านเกาะ หมู่ 7 ที่กรรมการสะสมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยหายไปจากบัญชีจำนวน 2.6 ล้านบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากสมาชิกกองทุนทั้ง 63 ราย ขอกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านรายละ 30,000 บาท แต่กรรมการรายหนึ่งของกองทุนแจ้งว่า เงินหายไปจากบัญชีไม่สามารถให้สมาชิกกู้ได้ ทำให้สมาชิกทั้ง 63 ราย ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีเงินไปคืนกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 1,500 บาท จนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 1,500 บาทอยู่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นางบุญยืน กล่าวว่า นางสมประสงค์ พงษ์เอม เลขานุการกองทุนหมู่บ้านบ้านเกาะ ก่อนหน้านี้ออกมารับสารภาพกับนายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอพิชัยว่า เป็นคนนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้เอง โดยนำไปใช้ส่วนตัวและนำไปใช้หนี้นอกระบบ ขณะเดียวกันก็ยอมลาออกจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเกาะด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งนางสมประสงค์รับปากกับนายอำเภอและสมาชิกทั้ง 63 รายว่า สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจะคืนเงินให้ครบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานกองทุนหมู่บ้านบ้านเกาะแจ้งว่า นางสมประสงค์ได้คืนเงินจำนวน 2.4 ล้านบาท แต่ยังประธานกองทุนหมู่บ้านยังไม่นำสมุดบัญชีมาแสดงต่อสมาชิกกองทุน ซึ่งรับปากว่าวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ จะนำมาแสดงต่อสมาชิกได้รับทราบ
“นางสมประสงค์แจ้งว่า เงินที่เหลืออีกมากกว่า 2 แสนบาทเศษที่จะต้องคืนให้กับกองทุนหมู่บ้านบ้านเกาะนั้น จะโอนเข้าบัญชีของสมาชิกทั้ง 63 รายที่ขอกู้ แต่จะไม่ได้ครบตามจำนวน 30,000 บาทที่ขอกู้ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และจะโอนเข้าให้วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตามสมาชิกทั้ง 63 รายจะรอดูอีกทีว่า วันที่ 5 กรกฎาคมจะนำบัญชีธนาคารออมสินที่นางสมประสงค์บอกว่าโอนเงินคืนให้กองทุนหมู่บ้านแล้ว และวันที่ 13 กรกฎาคม จะโอนส่วนที่ขอกู้ให้กับสมาชิกทั้ง 63 รายหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่รับปากไว้ จะเดินทางไปพบนายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนที่ทำให้เงินกองทุนหมู่บ้านหายไปจากบัญชีอย่างเด็ดขาดทุกราย” นางบุญยืนกล่าว

