ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กรมชลประทานได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนและจิตอาสา ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และทำทางเบี่ยงน้ำ หรือบายพาสน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำบางส่วนไหลลงสู่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และอีกส่วนหนึ่งได้ช่วยระบายน้ำออกจากถ้ำหลวงให้รวดเร็วที่สุด จนปัจจุบันอยู่ในระดับที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) สามารถดำน้ำในระดับที่เข้าไปค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังคงติดอยู่ในถ้ำหลวง ทั้ง 13 คน ได้อย่างสะดวกมากขึ้น
สำหรับเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ภายในถ้ำหลวง ทั้งหมด 34 เครื่อง ยังคงเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในถ้ำเริ่มลดลงเป็นลำดับ นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้ดำเนินการสูบน้ำในหนองน้ำพุที่มีความจุประมาณ 330,000 ลูกบาศก์เมตร โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ขนาด 6-12 นิ้ว จำนวน 12 เครื่อง(สำรองไว้อีก 20 เครื่อง) ส่งผลให้ระดับน้ำในหนองน้ำพุลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยรองรับน้ำซึม น้ำซับ ในบริเวณใกล้เคียงได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณการไหลโดยธรรมชาติได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
ในส่วนของทีมงานจากสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา ได้นำเครื่องมือสำรวจต่างๆ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาโดยกรมชลประทาน เข้าไปสนับสนุนกองอำนวยการร่วมที่มี ผวจ.เชียงรายเป็นประธาน ในการสำรวจหาสัณฐานธรณีวิทยา ด้วย ริสิสทิวิตี้ (Resistivity) สำรวจหาพิกัดและระดับ เป็นต้น
สำหรับภารกิจสกัดกั้น และเปลี่ยนช่องทางไหลของน้ำให้พ้นจากแนวรอยรั่วเข้าถ้ำหลวง บ้านผาหมี นั้น ปัจจุบันได้ทำฝายแห่งที่ 1 โดยใช้ท่อผันน้ำขนาด 4 นิ้ว ยาว 400 เมตร จำนวน 4 แถว ใช้ในการผันน้ำ ส่วนฝายแห่งที่ 2 ใช้ท่อขนาด 4 นิ้ว ยาว 400 เมตร จำนวน 3 แถว ซึ่งจะใช้ร่วมกับท่อส่งน้ำของชาวบ้านที่มีอยู่เดิม หากสามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ คาดว่าพื้นที่ที่รั่วซึม จะแห้งตามที่คาดไว้
ในส่วนของภารกิจเจาะหลุมสำรวจบนเขา พื้นที่ ข. เป้าหมายถ้ำหลวง ในโซนพัทยาบีช อยู่ในระหว่างนำเอาเครื่องเจาะชุดสุดท้ายเข้าตำแหน่งเจาะ และวิเคราะห์องศาการเจาะ ซึ่งได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ กรมชลประทาน โดยสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา ยังได้สนับสนุนงานวิชาการด้านข้อมูลพิกัดและระดับบริเวณโดยรอบถ้ำหลวง เพื่อสร้างหมุดหลักฐานแผนที่งานชั้นที่ 3 สำหรับใช้อ้างอิงระดับ ในการวางแผนขุดเจาะ หากมีข้อสั่งการในระยะต่อไป






