ผลสืบเนื่องจากการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงทุกทาง อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกๆ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ 13 นักเตะหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ ทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำ พื้นที่รับน้ำ
“มติชน” ลงพื้นที่สำรวจ “ขัวน้ำจ้าด” บ้านสันทรายมูล ตำบลโป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำปริมาณมาก ที่สูบออกจากถ้ำหลวง พบว่า ในพื้นที่ท้ายน้ำ ทั้งขัวน้ำจ้อง หนองอ้อ ตำบลโป่งผาไร่นาของชาวบ้านได้รับความเสียหาย นาที่เพิ่งหว่าน ปักดำ ล่ม เสียหาย หลังจากกระแสน้ำไหลท่วมสูงเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา

นายบัญชา ตันดี ชาวบ้านสันทรายมูลเจ้าของที่นา 6 ไร่ เล่าว่า ตอนที่สูบน้ำออกมามากๆ น้ำท่วมนาสูงจนมิด แต่วันสองวันน้ำก็ลด ที่นาที่เพิ่งปักดำ เสียหาย แต่โชคดีไม่ถึงกับตายทั้งหมดตอนนี้ก็กู้คืนได้ ตนไม่รู้สึกเสียใจแต่เต็มใจด้วยซ้ำ รอให้ช่วยเด็กๆออกมาได้เสียก่อน จะปักดำ หว่านใหม่ เต็มใที่จะช่วยให้เด็กๆกลับออกมาอย่างปลอดภัย
“นาเราเสียหาย ข้าวเราตาย เราปลูกใหม่ หาใหม่เอาได้ ชีวิตของละอ่อนน้อยสำคัญมากกว่า เราต้องเอาคืนมาให้ได้”นาง วันวัย51 ปี ชาวนาในพื้นที่บ้านสันทรายมูล บอกเล่าความรู้สึก
นางวันบอกว่า น้ำท่วมที่นาของเขา ก็ไม่เป็นไร ขออย่างเดียวขอให้ทั้ง 13คนปลอดภัย ที่นาเสียหายช่างมันหากจะช่วยให้เด็กๆทุกคนปลอดภัย

“ตอนนี้เครียดกว่าเรื่องที่นา คือเป็นห่วงละอ่อนน้อย อยากให้ปลอดภัย ปิ๊กบ้านไวๆเน่อ ขอแม่นางนอนช่วยทีเน่อ ติดตามข่าวสารจนดึกทุกวัน ทุกวันนี้เวลามาที่นา มองไปเห็นเขานางนอน ก็ใจหาย ภาวนาว่าอย่าตกตรงเขาที่ถ้ำหลวง ถ้าฝนไม่ตก น้ำในถ้ำก็ลดลงไว น้ำที่สูบออกมาก็น้อยลง มาลงที่นาเราไม่มาก เรารับได้ ตอนสูบมาแรกๆฝนตกหนักน้ำสูง1เมตร ท่วมมิด แต่โชคดีไหลไปเร็ว ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็ช่วยเปิดฝาย ผันน้ำออกจากนาอีกทาง เราไม่กังวลเรื่องที่นา เสียหายก็ช่างมัน ทุกคนต้องช่วยกัน” ชาวนา บ้านโป่งผา กล่าว

เช่นเดียวกัน นางอนงค์ อายุ 56 ปี บอกว่า เชื่อว่าชาวแม่สายทุกคนยินดีช่วยกัน ที่นาน้ำท่วม ไม่เป็นไร ขอให้เด็กกลับมา ทุกวันนี้ภาวนาทุกวัน ขอให้ปลอดภัย กลับมาได้แล้ว ตอนนี้ขอแค่ให้รู้ว่าเด็กๆอยู่ตรงไหน ปลอดภัยดีใช่ไหม

เป็นเสียงสะท้อน จากคนแม่สาย อีกหนึ่งที่ร่วมแรงใจ เสียสละเพื่อให้13 หมูป่าอะคาเดมี กลับมาอย่างปลอดภัย

