หน้าแรก ภูมิภาค อดีตผบก.เลย เ...

อดีตผบก.เลย เข้ารับทราบข้อหาโกงเงิน 193 ตำรวจ ภ.จว.เลย มูลค่า 229 ล. ก่อนใช้ตำแหน่งประกันตัว

3.07.18 | 19:06 น.

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ภ.จว.เลย 193 นาย ยื่นหนังสือร้องเรียนกับ ผบช.ภ.4 ตกเป็นผู้เสียหายจากโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ภ.จว.เลย รวมมูลค่ากว่า 229 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2560 นั้น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนพฤติการณ์และข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้สืบสวนเส้นทางการเงินว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนไปให้ผู้ใดบ้าง

สืบสวนเบื้องต้น ทราบว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เป็นผู้ริเริ่มโครงการบริหารหนี้ ที่รับปากจะเป็นผู้ดำเนินการใช้หนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าร่วมโครงการ แต่ระยะ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจกลับได้รับการทวงถามหนี้จากสถาบันการเงิน จึงทำให้ทราบว่า เงินที่กู้มานั้นได้นำไปลงทุน แต่ไม่ได้นำไปใช้หนี้แต่อย่างใด จนทำให้กลุ่มตำรวจผู้เสียหาย ถูกธนาคารและไฟแนนซ์ติดตามทวงหนี้ เพราะไม่มีการชำระเงินค่างวดใดๆ ทั้งสิ้น จนทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก


ความคืบหน้า วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ บช.ภ. 4 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าพนักงานคณะกรรมการการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ตำรวจ ภ.จว.เลย ได้มีหมายเรียก พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ให้มารายงานตัวในวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ ได้เดินทางมารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนก่อนกำหนด ในวันที่ 30 มิ.ย. โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ในฐานความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อน พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่จะใช้ตำแหน่งหน้าที่ประกันตัวออกไป เพราะทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของกฎหมายเรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจภูธรภาค 4 จะนัด พล.ต.ต.สุทิพย์ ให้มาพบเป็นระยะๆ

“สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมในฐานะผู้บังคับบัญชา ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงขั้นตอนให้ได้ทราบว่าได้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เลย สบายใจขึ้น โดย ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ประสานความร่วมมือในการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากตรวจสอบพบว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงใคร จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อพิสูจน์ทราบให้ได้ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาก็มีความพยายามในการติดต่อฝ่ายที่มีการทำธุรกิจร่วมกันให้นำเงินมาคืนตำรวจที่อยู่ในโครงการดังกล่าว” พล.ต.ท.สุรชัย กล่าว

พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือตำรวจทั้ง 193 คน ที่ได้รับความเดือดร้อน ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น โดยพยายามให้ทางสหกรณ์กำหนดวงเงินในอัตราที่สามารถผ่อนได้ ซึ่งตอนนี้ ภ.จว.เลย ได้ว่าจ้างผู้ที่มีความชำนาญการด้านสหกรณ์ที่เคยแก้ปัญหาสหกรณ์ที่ จ.นครราชสีมา และ จ.สุรินทร์ ได้เป็นอย่างดีมาแก้ปัญหาสหกรณ์ใน ภ.จว.เลย เพราะยังคงมีสภาพคล่องเนื่องจากมีเงินฝากจากสหกรณ์ของตำรวจ ภ.จว.เลย และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมากว่า 100 ล้านบาท ทำให้เชื่อว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะคลี่คลาย และได้ฝากไปยังผู้บังคับบัญชาของแต่ละโรงพักได้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องของการกู้ยืมเงินในสหกรณ์อื่นๆ ในสังกัด บช.ภ.4 ด้วย” พล.ต.ท.สุรชัย กล่าว

Advertisement

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าพนักงานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ตำรวจ ภ.จว.เลย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฝ่ายต่างๆ แล้ว เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 และ 5 และอยู่ระหว่างให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน บช.ภ.4 เพราะถูกดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน