เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์จังหวัดเชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือและพล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกันแถลงความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือเยาวชน 13 ชีวิต ทีมทีน ทอล์ค (หมูป่า)อะคาเดมี แม่สาย ซึ่งติดภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า การทำงานยังคงเป็นภารกิจเดิม แต่การแถลงข่าวจะเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง แต่เนื่องจากว่าวันนี้การติดตามข้อมูลข่าวสารมีความคาดเคลื่อน ไม่ตรงกัน ทางศูนย์อำนวยการร่วม จึงจำเป็นต้องแถลงเป็นกรณีพิเศษ
นายภาสกร กล่าวว่า ภารกิจขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการกู้ภัยและขั้นตอนต่อไปคือการพื้นฟูเยียวยา ขณะนี้มีการนำเสนอข่าวที่สร้างความสับสน ซึ่งยังยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังดำเนินการตามปกติตลอด 24 ชั่วโมง และมีการประกาศภัยเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือตั้งแต่ถ้ำทรายทองเป็นต้นไป ในพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.โป่งผา ต.โป่งงาม ต.ศรีเมืองชุม และ ต.บ้านด้าย มีประชาชนได้รับความเดือนร้อน 200 กว่าครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตร 1,400 ไร่ เนื่องจากถูกน้ำที่ระบายจากพื้นที่ถ้ำหลวงทะลักเข้าท่วม แต่ยังไม่มีความเสียหายซึ่งการช่วยเหลือจะตามไปตามลำดับ
นายภาสกร กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นที่สื่อนำเสนอว่าการช่วยเหลือเด็กมีการส่งข้าวเหนียวไก่ย่างหรือหมูปิ้งให้กินเป็นมื้อปแรกนั้น ไม่ถูกต้อง ซึ่งข้อเท็จจริงทางการแพทย์ได้ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเด็ก ตามขั้นตอนการอนุบาลเด็ก รวมถึงเรื่องการติดเชื้อของเด็กและทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย ส่วนคำถามที่ว่าเมื่อไหร่จะนำเด็กออกมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามกำลังความสามารถ ซึ่งมีจังหวะเมื่อไรพร้อมออกมาทันที ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเด็กและวิธีการการนำออกมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้นำเด็กออกมาด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติ
พล.ต.ฉลองชัย กล่าวว่า บนพื้นที่สันเขาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานยังคงหารูหรือปล่องที่จะเข้าไปหาจุดที่เด็กพักอยู่ แต่มาตรการหลักยังคงอยู่ที่ว่าเด็กเข้าทางไหน ก็จะต้องออกในทางนั้น
ด้านพล.ร.ต.อาภากร กล่าวว่า ขณะนี้เด็กๆ ทั้ง 13 คน ยังสบายดี โดยมีหน่วยชีล 7 คน เป็นนายแพทย์ 1 คน เป็นพยาบาลวิทยาศาสตร์ 1 คน อยู่เป็นเพื่อน โดยได้ให้อาหารน้องๆ เป็นอาหารที่ย่อยง่ายและให้พลังสูง และมีเกลือแร่ด้วย เป็นการดูแลโดยแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ โดยไม่ต้องกังวลเพราะจะดูแลให้ดีที่สุดและจะนำน้องๆ กลับมา โดยกำลังวางแผนว่าจะทำอย่างไร วิธีการแรกคือการพร่องน้ำออกมาให้ต่ำที่สุดแล้วนำออกมา หากทำไม่ได้ด้วยฤดูกาลที่ยังมีฝนตก ก็มีแผนสำรองไว้น้องๆ ทุกคนจะกลับคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่อย่างปลอดภัยทุกคน
พล.ร.ต.อาภากร กล่าวด้วยว่า สำหรับอากาศภายในถ้ำ ยังได้นำสารดูดคาร์บอน ทำให้มีอากาศหายใจสบายดี ดังนั้นยังไม่ต้องรีบร้อน และเร่งรีบต้องดูแลฟูมฟักให้แข็งแรงก่อน ขณะนี้ยังได้วางสายโทรศัพท์เพื่อให้พ่อแม่ได้คุยกับน้องๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้างซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในคืนนี้ หากน้ำในถ้ำจะสูงขึ้นก็คงไม่เกินจุดที่น้องๆ เคยอยู่แน่นอน การนำหน้ากากออกซิเจนสวมใส่ให้น้องก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะนำน้องออกมา แต่ต้องมีความมั่นใจปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นและมีการซักซ้อมให้ดีก่อน ซึ่งน้องๆ เป็นนักกีฬาคงว่ายน้ำเก่งอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลเพราะที่ผ่านมาน่ากังวลมากกว่า
ขณะที่ พล.ต.บัญชา กล่าวว่า ภายหลังที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทะลวงภูเขาที่ถ้ำทรายทอง เพื่อเอาน้ำออกมาซึ่งแรกๆ มีน้ำไหนแรง แต่ขณะนี้เริ่มหยุดแล้ว แสดงว่าถ้ำโถงใต้ภูเขาเริ่มแห้ง ส่วนปีกซ้ายที่มีน้ำท่วมโถงประมาณ 900 เมตร น้ำท่วมสูงท่วมหัว ขณะนี้ก็เหลือเพียง 2 ฟุต จึงเป็นหลักประกันได้ว่าจะไม่มีน้่ำไหลมาสมทบ โดยตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลา 75 ชั่วโมง มีการระบายน้ำออกชั่วโมงละ 1.6 ล้านลิตร ขณะนี้มีการพร่องน้ำไปแล้ว 120 ล้านลิตร ซึ่งการพร่องน้ำก็ยังดำเนินการต่อไป รวมถึงบริเวณถ้ำหลวงที่มีพร่องน้ำชั่วโมงละ 1.8 ล้านลิตรต่อชั่วโมง




