มติเอกฉันท์! ผอ.ฉาว แชต ม.2 ‘ที่รัก’ ไล่ออกจากราชการ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปีโรงเรียนเดียวกัน โดยมีหลักฐานการแชตพูดคุยกันทางไลน์ของทั้งคู่ ซึ่งสนทนากันในเชิงชู้สาวข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันและกันว่า ที่รัก ขณะที่ตัวของ ผอ.โรงเรียน ก็เรียกน้องนักเรียนหญิงว่า เมีย ซึ่งเรื่องเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนมกราคม 2561 โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 6 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้แล้ว หลังได้ลงพื้นที่โรงเรียน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง กรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงลักษณะแอบคบหากันฉันชู้สาว พร้อมสอบปากคำคณะกรรมการสถานศึกษาคณะครู ผู้ปกครอง และเพื่อนของเด็กนักเรียนหญิงที่เป็นข่าว โดยเรื่องที่เกิดขึ้นทางศึกษาธิการจังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมกับสั่งย้ายและพักราชการ ผอ.คนดังกล่าว และตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 9 คน พิจารณาความผิดด้วยความเป็นธรรมและกลั่นกรองตัดสิน ผอ.คนดังกล่าว ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อช่วงสายของวันนี้( 5 กรกฎาคม) ที่ห้องประชุมศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา โดยมี พลเอก ดร.มารุต ลิ้มเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา และคณะอนุกรรมการ รวม 9 คน อาทิ นายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา , นายทอง วิริยะจารุ อนุกรรมการฯ, นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน อนุกรรมการฯ, นายอนันต์ เพียรเกาะ อนุกรรมการฯ และนายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง อนุกรรมการฯ เป็นต้น ได้ร่วมประชุมเพื่อพิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาที่มานายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธาน โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียดมีการถกกันอย่างรอบคอบ ให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุด โดยเบื้องต้นในชั้นของคณะอนุกรรมการฯ ชุดใหญ่มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอว่า ให้ลงโทษวินัยร้ายแรงคือ ไล่ออก ส่วนประเด็นอาญา หรือหากมีเรื่องอย่างอื่นก็ว่าไปตามกฎหมาย ในส่วนนี้คือการหาหนทางดูแลเด็ก เนื่องจากเด็กถือว่ายังเป็นผู้เยาว์วัยอยู่และให้เด็กได้ศึกษาให้จบ ตรงนี้คือสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด

พลเอก ดร.มารุต ลิ้มเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เรื่องการลงโทษวินัยร้ายแรง ผอ.คนดังกล่าว ให้ไล่ออก คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาให้ความยุติธรรมด้วยความรอบด้านรอบคอบอย่างดีที่สุด ซึ่งดูจากเหตุจากผลของผลการสอบสวนที่ออกมา ก็ว่าไปตามนั้น และยังมีคณะกรรมการสอบสวนที่เขตพื้นที่การศึกษาฯ ตั้งขึ้น ได้นำมาพิจารณาประกอบการสอบสวนและคำให้การของแต่ละคนที่ศึกษาธิการจังหวัดตั้งลงไปสอบสวนแล้ว นำเข้ามาพิจารณาในชั้นของคณะอนุกรรมการชุดใหญ่วันนี้ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ลงโทษวินัยร้ายแรงคือ ไล่ออก จากนี้ไปก็จะเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา หรือ กศจ. ที่มีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเป็นประธานกรรมการฯ โดยตำแหน่งอีกรอบ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 นี้ ในส่วนของคณะอนุกรรมการฯ ได้ข้อสรุปออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งถือว่าในชั้นของคณะอนุกรรมการฯ จบเพียงแค่นี้ ส่วน กศจ.จะตัดสินใจอย่างไรเป็นดุลยพินิจที่ประชุมใหญ่ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้สมาคมไคท์บอร์ดประเทศไทยเชิญร่วมลุ้น นักกีฬาเยาวชนไคท์บอร์ดทีมชาติไทยคนแรกในการแข่งขัน Youth Olympic Games 2018
บทความถัดไปเปิดเบื้องหลังแผนเซอร์ไพรส์ ‘เจนี่’ จาก ‘มิกกี้’ ที่บอกเลยว่าไม่ง่าย (คลิป)