หน้าแรก ภูมิภาค ด่วน! เครื่อง...

ด่วน! เครื่องบินทัพบกตกที่แม่ฮ่องสอน แม่ทัพ 3 เร่งส่งทหารฉก.ร.17 เข้าพื้นที่ตรวจสอบ

5.07.18 | 18:31 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพบกขาดการติดต่อจากหอบังคับการบินที่จ.แม่ฮ่องสอน ว่า ตนรับทราบข่าวดังกล่าว จึงสั่งการให้นักบินนำเครื่องบินอีกลำขึ้นบินลาดตระเวนค้นหาทันที เบื้องต้นพบเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว ซึ่งตกอยู่และมีกลุ่มควันบริเวณเขตใต้บ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยได้ส่งกำลังภาคพื้นจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 (ฉก.ร.17) เข้าไปค้นหา ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าไป เพราะทราบว่าจุดที่เครื่องบินตกอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพบกที่ตกนั้นเกิดอุบัติเหตุระหว่างภารกิจบินลาดตระเวนตามวงรอบปกติ เบื้องต้นสภาพอากาศท้องฟ้าเปิด แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยฉก.ร.17 เข้าไปในพื้นที่ได้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเครื่องบินลาดตระเวนดังกล่าว ทางกองกำลังนเรศวรได้ทำการบินขึ้นจากท่าอากาศยานจ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้ (5 กรกฎาคม) โดยมีนักบินจำนวน 2 นาย คือ ร.ท. ณฤพล พุกทอง และร.ท. วโรจน์ แปลงกระโทก พร้อมผู้โดยสาร จำนวน 2 นาย คือ ร.ท. เขมราช ดวงแก้ว และ จ.ส.อ. นัฐชนันท์ เขื่อนแก้ว ร่วมทำการลาดตระเวนทางอากาศ และเมื่อเวลาประมาณ 10.56 น. ได้ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินจ.แม่ฮ่องสอน


ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพบกขาดการติดต่อจากหอบังคับการบินที่จ.แม่ฮ่องสอนว่า หลังจากที่ได้รับทราบข่าวดังกล่าว ตนก็ได้สั่งการให้นักบินนำเครื่องบินอีกลำขึ้นบินลาดตระเวนค้นหาทันที โดยเบื้องต้นพบเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว ซึ่งตกอยู่และมีกลุ่มควันบริเวณเขตบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยได้ส่งกำลังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 (ฉก.ร.17) เข้าไปค้นหาจุดที่เครื่องบินตกอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร สำหรับเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพบกที่ตกนั้นเกิดอุบัติเหตุระหว่างภารกิจบินลาดตระเวนตามวงรอบปกติ เบื้องต้นสภาพอากาศท้องฟ้าเปิด แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยฉก.ร.17 เข้าไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณเกิดเหตุก่อน