เมื่อเวลา 08.30น. วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ เป็นประธานประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง วางแผนการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์เรือล่มอีก 15 คน พร้อมเตรียมแผนดูแลช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
นายนรภัทร กล่าวว่า วันนี้จะบูรณาการการค้นหาผู้สูญหายร่วมกับจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา ปูพรมค้นหาขยายจากเกาะภูเก็ตครอบคลุมถึงเกาะพีพี และจังหวัดพังงา ในรัศมีที่คาดว่าผู้ประสบภัยจะถูกพัดไปตามกระแสน้ำและทิศทางลม โดยใช้อากาศยานจาก 4 เหล่า ทั้งกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่เรือหลวงล่องลม เรือหลวงเจ้าพระยา จะค้นหาในพื้นที่เป้าหมายในทะเลลึก และมีเรืออีกส่วนของกรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ สนับสนุนเรือของกองทัพเรือค้นหาใกล้ฝั่ง ร่วมกับเรือประมงพื้นบ้าน จัดทีมทหารเรือ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)เดินเท้าออกค้นหา ตามเกาะแก่งและชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา และจังหวัดตรัง ปฏิบัติการกู้ซากเรือ เรือหลวงทองหลางและเรือหลวงหัวหิน พร้อมกำลังพล และนักประดาน้ำ
“วันนี้วางแผนนำร่างผู้สูญหายอีก 1 รายที่ติดอยู่ในซากเรือ โดยนักประดาน้ำอุปกรณ์เสริมจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต 4 รายการ เป็นเครื่องดูดทรายเพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมในการพลิกเรือ ส่วนการยกเรือให้ตั้งขึ้น จะใช้เรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และเรือเครนของกองทัพเรือ 1 ลำ เรือเอกชน 2 ลำ การเยียวยาและอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
จังหวัดภูเก็ตจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ขั้นตอนในการทำงานของศูนย์ One Stop Service ประกอบด้วย
1.จุดคัดกรองญาติ ลงทะเบียนและตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิต 2.จุดรับรองญาติ พบกับเจ้าหน้าที่สถานทูต ประกันภัย และฝ่ายปกครอง 3.ขั้นตอนการสอบสวน ให้ข้อมูลผู้เสียชีวิต4.การส่งกลับที่พัก เพื่อรอนัดหมาย ขณะนี้ศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดจัดเก็บไว้ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และที่วัดโฆษิตวิหาร แนวทางการพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคลของผู้เสียชีวิต จะส่งข้อมูลลายนิ้วมือผู้เสียชีวิตให้กงสุลจีน เพื่อส่งกลับประเทศจีน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลลายนิ้วมือจากนั้นจะส่งผลการตรวจสอบกลับมายังประเทศไทย” นายนรภัทร กล่าว

