เมื่อวันที่ 12 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครพล ข่าวระนอง พนักงานประจำเรือท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.59 เวลา 16.00 น. ขณะที่เดินทางโดยเรือนำเที่ยวดำน้ำลึกของ บริษัท เขาหลักสกูบ้าแอ็ดเวนเจอร์ (khao lak scuba adventures ) ที่วิ่งเรือออกจากฝั่งท่าเรือทับละมุ อ.ท้ายเหมือง เพื่อพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำบริเวณกองหิน หินริเชริว ระหว่างขณะเดินทางกลับเข้าฝั่ง ตนเองกับนักท่องเที่ยวและทุกคนบนเรือพบซากวาฬบลูด้าขนาดใหญ่ลอยตายอยู่กลางทะเล ห่างจากเรือประมาณ 20 เมตร ห่างเกาะตาชัยประมาณ 2 ไมล์ทะเล ทางด้านทิศเหนือระหว่างเส้นทางไปเกาะสุรินทร์ ทำให้ตนเองและนักท่องเที่ยว รวมถึงทุกคนที่โดยสารอยู่บนเรือรู้สึกตกใจ และเศร้าสลดใจกับซากวาฬที่ลอยตายอยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก จึงได้จอดเรือเพื่อบันทึกซากวาฬตัวดังกล่าวไว้ด้วยจิตใจที่หดหู่
“ซากวาฬที่พบมีลักษณะเน่าเปื่อยมาก คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน โดยเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการตาย แต่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกเรืออวนลากของชาวประมง เพราะบริเวณดังกล่าวมีเรืออวนลากออกหาปลาอยู่จำนวนหลายลำ เพราะบริเวณนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ มีฝูงปลานานาชนิดอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้กลายเป็นแหล่งอาศัย และหากินของฝูงวาฬบลูด้าไปด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพบเจอฝูงวาฬบลูด้าได้บ่อยมาก โดยเฉพาะบริเวณด้านนอกเกาะบอน ระหว่างเกาะตาชัยและเกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมีโอกาสได้บันทึกภาพฝูงบลูด้าวาฬไว้ได้หลายครั้ง บ่งบอกถึงความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตร์ทะเลใน จ.พังงา จึงอยากขอวอนหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยตรวจสอบและหาซากปลาวาฬตัวดังกล่าวเอามาตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายว่าเกิดจากสาเหตุอะไร” นายอัครพลกล่าว
ด้านนายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 2 จังหวัดภูเก็ต กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นได้แจ้งข่าวจากเรือสปีดโบ๊ทลำหนึ่ง ที่รับนักท่องเที่ยวกลับจากเกาะสิมิลัน ว่า พบซากวาฬขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 8 เมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน ลอยตายอยู่บริเวณร่องกลาง ระหว่างเกาะสิมิลัน กับเกาะตาชัย จึงได้เดินทางออกค้นหาเพื่อนำซากวาฬไปตรวจหาสาเหตุการตาย แต่ก็ไม่พบซากวาฬตามที่ได้รับแจ้ง ซึ่งคาดว่าอาจจะถูกกระแสน้ำพัดเข้าไปในเขตประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโอกาสที่บลูด้าวาฬจะติดอวนของชาวประมงนั้นยากมาก และหากติดอวนส่วนใหญ่ผู้ประกอบการก็จะต้องรีบปล่อยเพื่อป้องกันทรัพย์สินเสียหาย และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ที่สำคัญกลุ่มบลูด้าวาฬมักจะอาศัยหากินอยู่บริเวณทะเลลึก โอกาสติดอวนชาวประมงจึงมีน้อยมาก