เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.นพพร เริ่มรวย รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัวนางรัตนา (เเอ๊ด) นิลรัตน์ อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ในย่านดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางคือถุงเท้าที่ใส่เหรียญบาท หลังก่อเหตุร่วมกันกับพวกฉ้อโกง หรือตกทอง ได้สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท ของ น.ส.เจนจิรา แจ้งกระจ่าง อายุ 20 ปี ชาว จ.สมุทรสงคราม เหตุเกิดในตลาดแม่กลองต่อเนื่องถึงลานจอดรถวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.
น.ส.เจนจิรากล่าวว่า พายายไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ในช่วงรอรับยาเดินออกมาซื้อของกินในตลาดแม่กลอง มาเจอผู้หญิงคนแรกเดินมาถามหาของหายก่อนเดินหายไป ต่อมาไม่นานก็มาเจอผู้หญิงอีกคน 2 คนทยอยเดินเข้ามาพูดคุยทำทีว่าเจอกระเป๋าเงิน และพูดหว่านล้อมให้เอาเงินทองมาแบ่งกัน ซึ่งตนก็ปฏิเสธกระทั่งผู้หญิงคนนั้นมาจับแขนทำให้ตนรู้สึกนิ่งจนถือของไม่ไหว และจูงเดินมาผ่านหน้าทวีกิจทะลุลานจอดรถวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ให้ตนถอดสร้อยคอหนัก 1 บาท ใส่ถุงให้ตนถือไว้ ก่อนจะเดินหายไป กระทั่งตนรู้สึกตัวจึงฉีกถุงดูก็พบว่าเป็นเหรียญบาทกับกระดาษทิชชู่ 1 ปั้น และถุงเท้า 1 คู่ ตนยังมึนว่าด้วยความหวังดีไม่คิดว่าจะโดนแบบนี้
“วันนี้ตำรวจจับคนร้ายได้ตนรู้สึกดีใจมากจนไม่รู้ว่าจะเอาคำไหนมาเปรียบเปรย เพราะสร้อยคอทองคำเส้นนี้แฟนของตนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด” น.ส.เจนจิรากล่าว
พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหากับพวกจะร่วมกันหลอกเหยื่อ โดยคนแรกจะทำทีเป็นกระเป๋าตกหายและเข้ามาถามผู้เสียหายว่าเห็นกระเป๋ามีเงินและมีทองอยู่ 5 บาท เมื่อผู้เสียหายบอกว่าไม่เห็น จะมีคนร้ายรายที่ 2 เข้ามา บอกกับคนแรกว่าเห็นผู้หญิงอีกคนเป็นคนเก็บกระเป๋าได้และเดินไปอีกทางหนึ่ง คนร้ายคนแรกจึงได้เดินตามไป และคนร้ายคนที่ 2 จะพยายามเดินคุยกับผู้เสียหาย จนมาพบกันนางรัตนา ซึ่งเป็นคนร้ายคนที่ 3 โดยนางรัตนาบอกว่าตนเก็บกระเป๋าได้จริงและในกระเป๋ามีทองคำอยู่ แต่หาเจ้าของไม่เจอแล้วไม่รู้จะเอาไปคืนที่ไหน จากนั้นคนร้ายคนที่ 2 และนางรัตนา จะใช้วิธีพูดจาโน้มน้าวเหยื่อโดยอ้างว่าเอาทองที่เก็บได้มาแบ่งกัน 3 คน และได้เสนอว่าจะเอาเงินส่วนแบ่งมาให้ผู้เสียหายโดยจะไปเอาที่ในรถที่จอดอยู่ไม่ไกล อีกทั้งคนร้ายเสนอให้ทุกคนเอาทองคำมารวมกันใส่ในถุงเท้าและให้ผู้เสียหายถือไว้ระหว่างที่รอ โดยคนร้ายได้สลับเอาถุงเท้าที่เอาทองคำรวมกันไว้และเอาถุงเท้าที่ใส่เหรียญบาทให้ผู้เสียหายถือไว้ ระหว่างที่รอนานจนผิดปกติ ผู้เสียหายจึงได้แกะถุงเท้าดูพบว่าเป็นเงินเหรียญจึงเพิ่งรู้ว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว
พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า คนร้ายจะใช้จิตวิทยาโน้มน้าวใจให้ผู้เสียหายอยากได้ทำให้ผู้เสียหายถูกชักจูงได้ง่าย เป็นอุทาหรณ์สิ่งที่เราพบเจอก็ไม่ควรอยากได้ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันการตกเป็นเหยื่อของคนร้าย
เบื้องต้นนางรัตนารับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกง นำส่ง พ.ต.ท.สุเจตต์ นาคมณี รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



