เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 ก.ค. การแถลงข่าวปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย โดยนายณรงศักดิ์ โอสถธนากร กล่าวว่า ต้องขอบคุณความร่วมมือทางเทคโนโลยีต่างๆ ต่อจากนี้เป็นขั้นตอนการส่งกลับ โดนขณะนี้หมอดูแลน้องๆ อย่างดี ส่วนอุทยานแห่งชาติก็ต้องฟื้นฟูให้กลับเป็นสภาพป่าดังเดิม ขณะที่อุปกรณ์ต่างๆที่มาจากทั่วโลก ก็ต้องมีการคืนอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับทุกหน่วยงาน นอกจากนี้จะมีการถอดบทเรียน ซึ่งเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของโลก เพราะเป็นการกู้ภัยที่ยากมาก สื่อมวลชนระดับโลกต่างพูดตรงกันว่าการกู้ภัยที่เป็นไปไม่ได้เลย เพื่อนำไปพัฒนาวิธีการกู้ภัยในอนาคต โดยบางส่วนที่อาจจะกระทบกับชาวนาขณะนี้ ก็กำลังได้รับการแก้ไข ส่วนเรื่องสื่อมวลชนนั้นจำเป็นต้องควบคุมพื้นที่ การที่สื่อมวลชนแข่งกับเวลา อาจทำให้รู้สึกว่าทางรัฐให้ข้อมูลช้า ทั้งนี้ ในสภาพวิกฤต เป็นตายของน้องในถ้ำ ยืนยันการตัดสินใจอะไรต้องอยู่บนความปลอดภัยของทั้ง 13 คน ยืนยันข่าวทุกข่าวที่ออกจากศูนย์อำนวยการร่วมเป็นข่าวจริง 100% ในอนาคตทุกฝ่ายจะปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น เช่น แม้มีภาพการขับออกไปของรถกู้ภัย แต่ไม่มีการชี้แจง เพราะทางเราก็ต้องรอยืนยันความปลอดภัย ให้ส่งทุกชีวิตไปให้ถึงโรงพยาบาล
“ส่วนเรื่องสื่อออนไลน์ ที่ถกเถียงว่าน้องเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย ยืนยันเราไม่ได้มองในมุมนั้น เรามองเขาเป็นเด็กน้อย 13 คน ที่ทำไปตามวิสัยของเด็ก และเป็นเหตุสุดวิสัยที่น้ำเข้ามาจนออกไปไม่ได้ เชื่อว่าถ้าเขาโตมาเขาจะรู้ว่าคนหลายร้อยล้านคนดูเขาอยู่ เชื่อว่าถ้าโตมาจะเติบโตเป็นพลเมืองดีของประเทศ เป็นคนดี และน่าจะเป็นผู้ตอบแทนคืนสังคม เหมือนที่สังคมช่วยเหลือเขา โดยอีกไม่กี่วัน หากเขาแข็งแรง สามารถไปพบปะได้ ก็เป็นการตัดสินใจของหมอ ที่จะอนุญาตให้เข้าพบได้เมื่อไหร่ ” นายณรงศักดิ์ระบุ
ทั้งนี้ จะมีการรวบรวมข้อมูลคนที่มาช่วยเรา ถ้ำหลวงจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กและนักดำน้ำทั้งโลกมาศึกษาปฏิบัติการต่างๆ ยืนยันว่าวีรบุรุษตัวจริงคือจ่าแซม ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการ และวันนั้นทุกคนซึมเศร้า แต่ทุกคนนำความเสียสละมาเป็นพลัง มุ่งมั่นทำภารกิจให้สำเร็จ ขอขอบคุณวีรกรรมของจ่าแซม นอกจากนี้ จากการที่บิดาของหมอชาวออสเตรเลียท่านหนึ่ง ที่มีความสำคัญในปฏิบัติการ เราขอแสดงความเสียใจ และขอเป็นกำลังใจให้หมอท่านนี้ด้วย
ด้าน พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล ระบุว่า ฮีโร่ไม่ใช่พวกเรา แต่หลายคนคือฮีโร่ งานนี้สำเร็จได้เพราะทุกคน โดยหน่วยซีลมีภารกิจและได้รับการฝึกลักษณะนี้ประจำ กองทัพเรือไม่ทิ้งประชาชนคือสิ่งที่กองทัพเรือยึดมั่น เมื่อได้รับการขอจากจังหวัดเชียงรายขอกำลังมาช่วยในภารกิจ กองทัพเรือก็สั่งการโดยทันที ชุดแรกระดมพลมาด่วน ออกจากสนามบินเที่ยงคืนครึ่ง ถึงเชียงรายตีสอง ตี 4 หน่วยซีลลุยเข้าไปเลย จนถึง 3 แยก จากเดิมที่หน่วยเดิมไม่สามารถเข้าไปได้ โดยนักดำน้ำได้ดำไปจนถึงพัทยาบีช เห็นแต่ร่องรอย แม้จะดำน้ำต่อไป ก็ต้องเจอกับสภาพที่ไม่เคยเจอมาก่อน นอกจากนั้น วันดังกล่าวฝนก็ตกหนัก ทำให้ต้องถอยร่น จนกลับมาถึงโถง 3 แม้ผมจะได้รับรายงาน แต่ก็นึกไม่ออกทำไมมันยากขนาดนั้น จนต้องบินมาดูเอง สุดท้ายจึงต้องลุยสูบน้ำออก แต่ก็สู้น้ำไม่ได้ จนต้องนำกำลังพลถอยออกมาอีก เมื่อได้เห็นความยากลำบาก จึงต้องขอกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากโถง 3 ต้องถอยออกมาที่ปากถ้ำ ความหวังเหลือนิดเดียว เพราะระดับน้ำสูง แถมเวลาก็เลยมานับอาทิตย์
ขณะนี้มีหน่วยอื่นเอาเครื่องสูบน้ำทั้งรัฐและเอกชนมาช่วย สู้กันมา 2-3 วัน น้ำก็ลดวันละ 1-2 เซนติเมตร เมื่อเราเข้าไปดูอีก ก็พบว่าโถง 3 มีที่ว่าง ตั้งเป็นกองบัญชาการได้ แม้จะเข้าไปได้ยากและสาหัสมาก เพื่อนำขวดอากาศลำเลียงเข้าไป แต่ทุกคนก็สู้เพื่อความหวังในการเจอน้องๆ จึงได้ระดมขวดอากาศจำนวนมาก และอุปกรณ์ดำน้ำ และร่วมใจกันสู้กับน้ำ เดินหน้า วางขวดอากาศเลียงในน้ำ 1 คน เอาไป 3 ขวด โชคดีที่ปฏิบัติการมีนักดำน้ำมาช่วย เช่น จากสหรัฐ ออสเตรเลีย จีน อังกฤษ เยอรมนี ฟินแลนด์ เดนมาร์ก โดยเฉพาะกลุ่มที่เชี่ยวชาญดำน้ำโดยตรง กลุ่มนี้สำคัญมาก
จากนั้นได้ประเมินการหาน้องๆ จึงมีการวางเบสไลน์ กำหนดให้แต่ละประเทศช่วยกันรับเป็นช่วงๆ แต่ละประเทศช่วยกันต่อไปเรื่อย โดยนักดำน้ำอังกฤษไปเจอในช่วงระหว่างการดำน้ำวางเบสไลน์และถ่ายภาพมาให้ดู หน่วยซีลพร้อมหมอกองทัพบกที่จบซีลเข้าไปดู ก่อนจะส่งเพิ่มไปอีก 3 คน เพื่อดูแล โดยมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายในระหว่างปฏิบัติการ ซึ่งระหว่างนั้นก็มีการหาวิธีเอาตัวออก ทั้งเจาะเขา โรยตัว สุดท้ายก็ต้องเจอกับข้อจำกัดคือออกซิเจนน้อยมาก วันแรกที่ตรวจมีแค่ 15% นอกจากนี้ยังสู้กับน้ำฝน ซึ่งสู้ไม่ได้ หากน้ำเต็มถ้ำ 100% และออกซิเจนที่น้อยลง หากจะเจาะภูเขาก็เจอชั้นหิน 500 เมตร เจาะไปก็ไม่รู้จะเจอไหม สุดท้ายจึงมีแผน โดยนักดำน้ำมืออาชีพของโลก ที่มารวมตัวที่เชียงราย คิดกันเรื่องแผน ก็นำน้องทุกคนออกมาได้ครบ ภารกิจตรงนี้ยากมาก ยากจริงๆ ไม่เคยเจอ ต้องไว้เป็นบทเรียนและพัฒนาบุคลากรเพิ่ม รองรับภัยพิบัติหลายรูปแบบ เชื่อว่าเราจะเจอกับภัยอย่างนี้เรื่อยๆ
ด้านนายณรงศักดิ์กล่าวเพิ่มว่า เรื่องที่บีบคั้นคือหากออกซิเจนเหลือ 12% เด็กจะเริ่มอาการช็อก นอกจากนี้ น้ำก็กำลังจะมา เวลาน้ำมามันมาเป็นก้อนๆ น้ำก็จะเต็มถ้ำ 100% นี่คือตัวเร่งที่ทำให้เราต้องทำงาน ยืนยันภารกิจหลักที่ทำให้งานนี้สำเร็จคือนักดำน้ำจากนานาชาติ และซีล นอกจากนี้ ทีมสูบน้ำก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังประสบความสำเร็จ ระยะทางระหว่างไปหาเนินนมสาว สามารถทำให้ทีมดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น น้ำที่ออกมาปริมาณกว่าล้านลูกบาศก์เมตร น้ำที่กดดันอยู่ในถ้ำมีกว่า 5 แสนลูกบาศก์เมตร โชคดีมากที่ออกมาเสร็จแล้ว น้ำก็เติมเข้ามาเยอะมาก ขอชื่นชมทีมเดินสนามทุกทีม

