เวลา 20.00น. ที่อบต.โป่งผา ในช่วงการตอบคำถามหลังรายงานแถลงจากศอร. ช่วงการตอบคำถามหลังรายงานแถลงจากศอร. พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ได้ตอบคำถามสื่อเรื่องการลำเลียงตัวโค้ชและเด็กในทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 จากเนินนมสาวมายังโถง3 โดยระบุเป็นการดำน้ำพร้อมมีเจ้าหน้าที่ประกบออกมา
พล.ร.ต.อาภากร ได้กล่าวว่า ที่เนินนมสาวมีการเตรียมอุปกรณ์เสื้อป้องกันความหนาว หรือ เวทสูท พร้อมเครื่องช่วยหายใจชนิดครอบเต็มหน้าแบบพิเศษ ซึ่งจะปล่อยอากาศออกมาตลอดเวลาโดยไม่ต้องหายใจ ซึ่งนับเป็นวิทยาการใหม่ที่ตนยังต้องเรียนรู้ ทั้งนี้เมื่อเด็กแต่ละคนดำน้ำลงไปพร้อมขวดอากาศมีการปรับความกดอากาศจะทำให้ไม่ลอยขึ้นมาและง่ายต่อการนำตัวออกมา นับว่าตั้งแต่เนินนมสาว เด็กๆไม่จำเป็นต้องดำน้ำ เพียงแค่หายใจมา
พล.ร.ต.อาภากร กล่าวต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่หน่วยซีลอีก 2 คนจะตามประกบตัวเด็กมาจนกระทั่งถึงโถงที่3 ทั้งนี้ทีมงานไม่อยากให้เดินจึงนำใส่เปลตามภาพที่ปรากฏให้เห็นว่าเด็กไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ ทั้งนี้ การลำเลียงจากโถง3 ไปยังโถง 1 ต้องใช้คนถึงหลักร้อย ทำให้เด็กมีสภาพเป็นเหมือนไข่ในหิน โดยจะมีการตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายตลอดตามแต่ละจุดที่กำหนด โดยนายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ที่ต้องคลุมผ้าห่มฟอลย์เพราะหากอุณหภูมิต่ำกว่า20 องศาเซลเชียล อาจทำให้หลับและอาจเป็นอันตราย
สำหรับข้อสงสัยที่ว่าจะเลือกนำใครออกมาก่อนหรือหลังอย่างไรนั้น พล.ร.ต.อาภากร ตอบกลับว่า ก็ให้เลือกกันเอง ทั้งนี้ก็อยู่มี่ความพร้อมของเด็กด้วย และยังเผยต่ออีกว่า โค้ชเอกไม่ใช่คนสุดท้ายที่ออกมาจากถ้ำหลวงในการลำเลียงชุดที่ 3 เมื่อวานนี้ ทั้งนี้ ตนไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการใช้ยากับเด็กระหว่างลำเลียงออกจากถ้ำเพื่อระงับอาการตื่นตระหนกหรือไม่ แต่ทราบว่าทีมงานมีความเป็นมืออาชีพระดับโลก จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
จากนั้น หลังการตอบคำถามที่มากมายของสื่อจากหลายสำนัก พล.ร.ต.อาภากร กล่าวปิดท้ายว่า หากมีข้อสงสัยให้ไปชมวิธีการด้วยตัวเองที่สัตหีบกับตน

