หน้าแรก ภูมิภาค นาดี สมุทรสาค...

นาดี สมุทรสาคร ทวงคืนทางเท้า พบผู้ค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่คนท้องถิ่น

12.07.18 | 18:05 น.

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. พันจ่าเอก อัษฎางค์ วิเศษวงศ์ษา ปลัดเทศบาลฯ รักษาการนายกเทศมนตรีตำบลนาดี อ.เมืองฯ ได้รายงานความคืบหน้าผลการร่วมจัดประชุมหารือแก้ปัญหาฯ หลังร่วมกับนายชัยวัฒน์ วิเศษการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะแกนกลาง พร้อมด้วยระหว่างผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ขาย เพื่อแก้ปัญหาร้านค้าแผงลอยรุกพื้นที่บนเส้นทางเท้า (ช่วงระหว่างโรงงานคิงฟิชชเอร์ และบริษัทปิติห้องเย็น) ริมท้องถนนของ หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร หลังได้รับร้องเรียนจากปชช.ว่า มีปัญหาการสัญจรไม่สะดวกเพราะติดขัดร้านค้าจึงต้องลงเดินสัญจรในผิวถนน โดยมีแม่ค้ากว่า 30 คนเข้าร่วมรับฟังข้อสรุป ซึ่งค่อนข้างใช้เวลานานอยู่พอสมควร

พันจ่าเอก อัษฎางค์ รักษาการแทนนายก ทต.นาดี กล่าวว่า ทั้งนี้หลังการจัดเจรจาเพื่อหาข้อสรุปตามมาตรที่รับกำหนด ปรากฏว่าทางเทศบาลตำบลนาดี ขณะนี้ได้มีผ่อนผันเคลื่อนย้ายออกในระยะเวลาไม่เกิน 15 ส.ค.61 นี้ โดยต้องขยับขยายการตั้งร้านค้าแผงลอยออกนอกฟุตบาทดังกล่าว โดยขณะนี้ก็มีป้ายมาติดแจ้งเตือนห้างวางสิ่งไว้แล้วในกรณีเป็นที่สาธารณะตาม พรบ.สาธารณะสุขปี 2535 ว่าด้วยการรักษาความสะอาดและจัดระเบียบความเรียบร้อยฯ


“ต้องยอมรับว่า ปัญหาการยึดที่สาธารณะมีการค้าขายแผงลอยดังกล่าวนั้นได้มีการปล่อยทอดยาวมานาน กระทั่งสร้างปัญหาให้กับชาวบ้าน และ ปชช.ผู้ใช้รถสัญจรผ่านไป-มาอยู่นานแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งหากครบกำหนดที่ได้ผ่อนผันให้นั้นต้องดำเนินคดีอย่างเอาจริงจังและเข้มงวดต่อไปตามระเบียบ”

พันจ่าเอก อัษฎางค์ กล่าวด้วยว่า จากสำรวจปรากฏว่าพ่อแม่ขายจำนวนส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่กลับมาสร้างปัญหาให้กับคนในท้องถิ่น ดังนั้นเมื่อเกิดชาวบ้านร้องเรียนความเดือดร้อนก็ต้องดำเนินการไปตามบทบาทและอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป ทั้งนี้ช่วงนี้จะอนุโลมให้สามารถข้ามไปขายในฝั่งตรงข้ามไปได้ก่อนตามที่ได้มีข้อตกลงกัน

Advertisement

นายชัยวัฒน์ วิเศษการ หน.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ ระบุว่า ในฐานะเป็นคนกลางให้ สำหรับเรื่องการจัดระเบียบถนนหนทางหรือฟุตบาทในเรื่องนี้ทำให้มีกลุ่มบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขาย เดินทางมาร้องเรียนกับทางศูนย์ดำรงธรรมสมุทรสาคร ขอเพื่อให้ช่วยหาทางออกให้ตามที่ต้องการจึงได้กำหนดเวทีหารือเพื่อการชี้แจงดังกล่าวนี้ขึ้นมา ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องถือว่าจุดดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวเป็นของส่วนรวมด้วย