หน้าแรก ภูมิภาค ‘น้องอด...

‘น้องอดุลย์’ 1 ในทีมหมูป่า พูดได้ 4 ภาษา ครูเผยความสามารถเหลือล้น

13.07.18 | 13:08 น.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่โรงเรียนบ้านเวียงพาน ภายหลังนักประดาน้ำชาวอังกฤษได้พบกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชน “ทีมหมูป่าอะคาเดมี่” ภายในถ้ำหลวง ที่ได้ปรากฏภาพของเด็กชายคนหนึ่งพูดคุยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ต่อมาทราบว่าเด็กคนดังกล่าวคือ ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน หรือ น้องอดุลย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3 จากโรงเรียนบ้านเวียงพาน

ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นายจักรพันธ์ ขันอุละ หัวหน้าการศึกษาระดับชั้นมัธยมตอนต้น ประจำโรงเรียนบ้านเวียงพาน เผยว่า ด.ช.อดุลย์เป็นนักเรียนชาวชาติพันธุ์ที่มีความสามารถทั้งด้านการเรียนและกิจกรรม โดยผู้ปกครองในมูลนิธิคริตสจักรเป็นผู้สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กเอง รวมถึงโรงเรียนยังมีหลักสูตรการสอนให้เด็กได้เรียนถึง 4 ภาษา ได้แก่ ไทย เมียนมา อังกฤษ และจีน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จึงทำให้อดุลย์และนักเรียนคนอื่นมีทักษะทางด้านภาษา

“อดุลย์เป็นคนพูดน้อย แต่มีความกล้าแสดงออก ชอบให้ความช่วยเหลือ จึงเป็นคนที่รักเพื่อนๆ และครูอาจารย์ มีความเป็นจิตอาสา เพื่อนบอกให้ช่วยอะไรก็ช่วยหมดที่สามารถช่วยได้ ที่สำคัญยังชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาภาษาอังกฤษ ทำให้สามารถอธิบายให้เพื่อนๆ ในห้องได้” นายจักรพันธ์กล่าวถึงความเป็นที่รักของอดุลย์

หลังจากที่ทราบข่าวว่า อดุลย์และเพื่อนนักฟุตบอล รวมถึงโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่อีก 12 ชีวิต ปลอดภัยทั้งหมดและกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ จึงได้ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของครูและนักเรียนเพื่อต้อนรับ ด.ช.อดุลย์ให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ

“ทุกๆ เช้าจะมีการพูดคุยกันที่หน้าเสาธงว่าเหตุการณ์เป็นปกติ การเรียนการสอนทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป เมื่ออดุลย์กลับมา โรงเรียนจะโอบกอดด้วยความรักและห่วงใย ดูแลเหมือนเป็นคุณพ่อคุณแม่ของเขาจนให้จบการศึกษาม.3” นายจักรพันธ์กล่าว และต่ออีกว่า “ทั้งโรงเรียน รอให้อดุลย์กลับมาเติมเต็มเป็น 1,160 คนอีกครั้ง รูปภาพหรือภาพกิจกรรมทุกอย่างของอดุลย์ที่เราจัดไว้เพื่อรออย่างมีความหวัง ก็จะจัดไว้แบบนี้ ให้เห็นว่าทุกคนเป็นห่วงและคิดถึง และยังรอวันที่อดุลย์กลับมา”

ขณะที่ นายจักรพันธ์ยังแสดงความเป็นห่วงในเรื่องสภาพจิตใจของ ด.ช.อดุลย์ จึงได้ทำการตกลงกันระหว่างเด็กนักเรียนว่าจะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในทิศทางที่เป็นแง่ลบ โดยจะต้องถามความรู้สึกของ ด.ช.อดุลย์ก่อนว่าพร้อมจะเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนฟังหรือไม่ เพราะไม่อยากตอกย้ำถึงเรื่องราวภายในถ้ำ 2 สัปดาห์ สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน ก็จะบอกให้ยอมรับความจริง และให้กำลังใจเพราะต้องดำเนินชีวิตต่อไป

Advertisement

“อดุลย์เป็นคนที่เสพสื่ออย่างมีสติ สามารถแยกแยะได้ และจะมาถามครูทุกครั้งว่าอันนี้ใช่มั้ย อันนี้ถูกมั้ย เขาไม่ใช่เด็กนอกกรอบ ไม่เป็นเด็กเกเร ทุกเย็นไม่ซ้อมวอลเลย์บอล หรือไตรกีฬาอะไรก็ตามแต่ ก็จะขออนุญาตจากผู้ปกครองไปทุกครั้ง” นายจักรพันธ์ กล่าว

ส่วนเรื่องการเรียน นายจักรพันธ์ เชื่อว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะ ด.ช.อดุลย์ เป็นเด็กเรียนดี โดยผลการเรียนเฉลี่ยในชั้นมัธยมนั้นสูงถึง 3.94 ซึ่งทำให้ ด.ช.อดุลย์ได้รับทุนอาหารกลางวันฟรี และได้รับสิทธิลดค่าบำรุงสถานศึกษา 1,000 บาท ขณะที่โรงเรียนได้เตรียมที่จะเสริมการเรียนในช่วงที่ ด.ช.อดุลย์ยังประสบภัยอยู่ในถ้ำ เพื่อให้ทันตามเพื่อนนักเรียนอื่น โดยจะนัดเรียนเสริมหลังเลิกเรียนในช่วงเวลาประมาณ 16.00-17.00น. หรือในบางรายวิชาอาจนัดมาเรียนในวันเสาร์หรืออาทิตย์

โดยนายจักรพัทธ์ระบุว่า ตนมีความสัมพันธ์กับ ด.ช.อดุลย์ในฐานะครูที่ปรึกษาในการแข่งขันงานศิลปะหัตถกรรมของโครงงานคุณธรรมในความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ ซึ่งครั้งเมื่อปี 2560 ด.ช.อดุลย์สามารถแข่งขันคว้ารางวัลเหรียญทอง ลำดับที่ 4 มาได้

นายจักรพันธ์ระบุว่า นับตั้งแต่อดุลย์เข้าฟื้นฟูร่างกายที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์นั้นยังไม่ได้พูดคุยอะไร แต่ได้เผยว่า ด.ช.อดุลย์ได้ฝากข้อความแสดงความคิดถึงผ่านผู้ปกครองมายังครู และผู้อำนวยการ รวมถึงเพื่อนๆ โดยได้กล่าวต่อหน้านักเรียนในชั้นเรียน ขณะที่เพื่อนในชั้นเรียนของ ด.ช.อดุลย์ ยังได้ร่วมกันพับนกกระดาษจำนวน 1,000 ตัว ใส่ไว้ในขวดโหล 2 ใบ โดยนักเรียนระบุว่าเมื่อพับครบ 1,000 ตัว จะสามารถอธิษฐานอะไรก็ได้ 1 อย่าง โดยได้ขอให้อดุลย์ออกมาจากถ้ำหลวงได้ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นายจักรพันธ์ได้กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นการถอดบทเรียนในแต่ละรายวิชาให้พร้อมกับเหตุภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเหตุแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟฟ้าดับ ว่าจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไร

ทั้งนี้ โรงเรียนบ้านเวียงพาน เป็นสถานศึกษาที่เปิดรับนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบระดับมัธยมต้น โดยมีนักเรียนชาวชาติพันธุ์ 80% และอีก 20% เป็นมีสัญชาติไทย ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน ขณะที่ทุกวันศุกร์ถือเป็นวันแสดงอัตลักษณ์ของนักเรียนจากแต่ละเผ่าพันธุ์ โดยจะมีระเบียบให้นักเรียนทุกระดับชั้นแต่งกายในเครื่องแบบชุดประจำเผ่า เป็นความภาคภูมิใจของครูและนักเรียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมฝึกฝนทักษะชีวิตควบคู่กับวิชาการ