หน้าแรก ภูมิภาค ‘หมอวรง...

‘หมอวรงค์’ นำทีมเก็บข้อมูล ขบวนการทุจริตหนี้ กฟก. เตรียมขยายผล เชื่อยังมีที่อื่นอีก

14.07.18 | 09:28 น.

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ห้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ที่ว่าการอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มีเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟู (กฟก.) ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ ที่ร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หลังตกเป็นหนี้กองทุนนับล้านบาท ทั้งที่ไม่เคยทำเรื่องกู้ยืมเงิน ได้เข้าให้ข้อมูลต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาค้อและฝ่ายทหาร ม.พัน 28 ซึ่งประกอบด้วยนายปกณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอเขาค้อ, พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน 28, นายกนกศักดิ์ เหมือนจันทร์ ปลัดอำเภอเขาค้อฝ่ายความมั่นคง โดยมีนางกันยาวีร์ สุรางคพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานกองทุน กฟก.สาขาเพชรบูรณ์ และนางเมธาภรณ์ ชวาลสันตติ เหรัญญิกกองทุนฟื้นฟูหมู่บ้านดงหลงเข้าร่วมให้ข้อมูลด้วย นอกจากนี้ ยังมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายยุพราช บัวอินทร์ สองอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงานเข้าร่วม เพื่อจัดเก็บข้อมูล เตรียมขยายผลหากว่ามีขบวนการทุจริตจริง และยังมีนายวินชัย เสมาทอง ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมดังกล่าว นายปกรณ์และ พ.ท.เกียรติอุดม ชี้แจงต่อกลุ่มเกษตรกรว่าตัองการให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ข้อมูลในประเด็นเรื่องหนี้สินกองทุน กฟก.ที่กลุ่มเกษตรกรกังลใจว่า ย้งมีหนี้สินเหลือค้างอยู่หรือไม่ ส่วนขบวนการตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ หรือมีใครเกี่ยวข้องร่วมขบวนการนั้น จะมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ทางจังหวัดเพชรบูรณ์แต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในการชี้แจงของนางกันยาวีร์ ชี้แจงถึงระเบียบการกู้เงินของกองทุนซึ่งมีทั้งในส่วนของบุคคลและระบบซึ่งยอดเงินกู้ยืมจะแตกต่างกัน โดยเลี่ยงที่จะตอบข้อถามของกลุ่มเกษตรถึงเรื่องเอกสารแผนใช้คืนกองทุนที่นำมาเจรจาให้เกษตรกรช่วยรับสภาพหนี้จนเรื่องแดง


ข่าวแจ้งว่า ส่วนนางเมธาภรณ์ได้ยอมรับกลางที่ประชุมว่า นำเอกสารของกลุ่มเกษตรกรกลุ่มนี้ไปกู้ยืมเงินกองทุนจริงโดยไม่ได้แจ้งบอก เพราะต้องการเงินไปปรับปรุงสวนยางพารา แต่ได้นำเงินไปปิดบัญชีให้แก่เกษตรกรเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเกษตรกรรายไหนมีชื่อตกค้างเป็นหนี้สินเกษตรกร ส่วนเกษตรกรอีก 4 รายที่ยังมีหนี้สินติดค้างกองทุนโดยไม่ได้ปิดบัญชีให้เพราะเป็นอีกกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ให้นางกันยาวีร์ออกหนังสือยืนยันสถานะของเกษตรกรดังกล่าวว่า ไม่มีหนี้สินติดค้างแล้ว ส่วนเกษตรกรซึ่งรับเงินจากนางเมธาภรณ์รายละ 5,000 บาท โดยเข้าใจว่าเป็นเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำจากกองทุน แต่ไม่เคยมีการทำสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใดนั้น โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ต่างทยอยใช้คืนหนี้จนเกือบหมดแล้ว ซึ่งเกษตรกรในส่วนนี้ยอมรับยังจะใช้คืนส่วนเหลือพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อไป โดยการประชุมดังกล่าวใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอเขาค้อ กล่าวว่า ในการประชุมหารือไกล่เกลี่ยในสันนี้ได้ข้อสรุปโดยชาวบ้านไม่ได้เป็นหนี้แล้ว ส่วนข้นตอนขบวนการต่างๆ ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา เพื่อจะได้ดูหรือพิสูจน์กันว่ามีการกระทำถูกหรือผิดกันอย่างไร แต่ในส่วนของชาวบ้านได้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

ด้านนางเมธาภรณ์ ชวาลสันตติ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า ชาวบ้านเข้าใจแล้วว่าเราใช้หนี้ให้หมดทุกคน และคอยหน้งสือทางกองทุนแจ้งมาว่าเขาไม่ได้เป็นหนี้ต่อไปเขาพอใจแค่นี้ ซึ่งเอกสารที่เก็บมาก็จะมาทำเรื่องกู้ให้แก่เกษตรกรที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยเฉพาะการกู้แบบกลุ่มเพราะไม่มีเอกสาร ซึ่งธ.ก.ส.ก็ไม่ยอมปล่อย เมื่อถามว่าเกษตรกรร้องว่าไม่เคยยินยอมให้เอาชื่อทำเรื่องกู้ยืม นางเมธาภรณ์กล่าวย้ำว่า “ไม่มีหรอกหากไม่ยินยอมเขาคงไม่เอามาชื่อและเอกสารมาให้ฉัน”

ขณะที่ นพ.วรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้จู่ๆ ก็มีการแอบอ้างชื่อเกษตรไปเป็นหนี้ แล้วสร้างหลักฐานให้เป็นหนี้เสีย แล้วมีการส่งหนี้ไปให้กองทุนฟื้นฟู ซึ่งหนี้เหล่านี้กองทุนฟื้นฟูโดยรัฐบาลจะรับภาระชำนะหนี้เสียให้ 50% แล้วอยู่ๆ มาแจ้งเกษตรกรให้รับภาระหนี้ วันนี้อุ่นใจได้ว่าปัญหาเรื่องนี้มีการเคลียร์กันให้ ทุกอย่างต้องจบเกษตรกรต้องไม่เป็นหนี้ แต่ปัญหาก็คือขบวนการที่ไม่ชอบมาพากลต้องดำเนินการต่อ เพราะว่ารัฐเกิดความเสียหายแน่นอนของยอด 50% ที่รัฐต้องจ่ายชดเชยในกรณีที่เป็นหนี้เสีย ก็หวังว่าคงไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู

“สมมุติฐานเวลานี้เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่านี้ แต่เมื่อไม่มีหลักฐานคงจะไปปรักปรำใครไม่ได้ แต่อย่างน้อยในกรณีนี้ควรทำให้เป็นคดีตัวอย่าง ให้ขบวนการทุจริตและแอบอ้างเอาชื่อเกษตรกรมาทำให้เกิดความเสียหายแบบนี้ต้องไม่มีในประเทศไทย” นพ.วรงค์กล่าว และว่า ส่วนการขยายผลเพื่อเปิดโปงว่าการทุจริตแบบนี้มีขบวนการหรือไม่ มาวันนี้ก็ได้รับรู้ข้อมูลอะไรเยอะและเชื่อส่าต้องเป็นขบวนการ และเชื่อว่าที่นี่มีแบบนี้แล้วที่อื่นก็อาจจะต้องมีเช่นเดียวกัน ก็ไม่เป็นไรเราเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆอย่างน้อยก็ไม่ต้องการอ้างคนจนหรือเกษตรกรไปหาผลประโยชน์