เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เยี่ยมให้กำลังใจนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าและโค้ช 13 คน ซึ่งพบว่าทุกคนมีสภาพร่างกายที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้เป็นอย่างดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันตามแผนการรักษา ส่วนด้านจิตใจทุกคนมีสภาพจิตใจที่ดี โดยครอบครัวและญาติเข้าเยี่ยมได้ ภายใต้ระบบการป้องกันการติดเชื้อของโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน สำหรับผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบเชื้อโรคติดต่อที่เป็นอันตราย และหากสภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีปัญหาการติดเชื้อใดๆ คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในเร็วๆ นี้
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า วันนี้เด็กทั้ง 13 คนมีร่างกายแข็งแรงไม่น่าเป็นห่วง มีบางคนมีอาการปอดบวมบ้างแต่ไม่มีอะไรน่าห่วง มีจิตใจที่แข็งแรง น้ำหนักที่แต่ละคนลดไปประมาณ 5 กิโลกรัม ก็เริ่มกลับมามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นคนละ 2 กิโลกรัม ซึ่งจะจัดอาหารเสริมหรืออาหารปกติให้น้ำหนักกลับมาเหมือนเดิม รวมถึงเรื่องข้อกังวลเรื่องโรคติดเชื้อซึ่งตรวจแล้วไม่พบ ตอนนี้จึงอนุญาตนำหน้ากากอนามัยออกรวมถึงผู้เยี่ยมเด็กด้วย ไม่ต้องสวมเหมือนที่ผ่านมา
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมี 2 เรื่องสำคัญ ดังนี้ เรื่องที่ 1 เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านต้องระวังการติดเชื้อจากคนหมู่มากที่มาเยี่ยม เพราะทีมหมูป่ายังอยู่ในระยะพักฟื้น อาจจะติดโรคจากผู้ที่มาเยี่ยมได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป จึงจำเป็นต้องอธิบายให้ผู้ปกครองและญาติเข้าใจ เรื่องที่ 2 ทีมหมูป่าอาจถูกสัมภาษณ์หรือเชิญไปออกรายการต่างๆ ซึ่งทีมจิตแพทย์ได้แนะนำให้ทีมหมูป่าได้รับการฟื้นฟูจิตใจจากเหตุการณ์ที่เป็นวิกฤตของชีวิตอย่างน้อย 1 เดือน โดยอยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ทำบุญ หรือบวช เป็นต้น ดังนั้น ในช่วงเวลาฟื้นฟู จึงขอความร่วมมือสื่อต่างๆ ให้ความร่วมมือให้พ้นช่วงรักษาบาดแผลทางใจจะเป็นสิ่งที่ดีกับทีมหมูป่าทั้งหมด
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า แม้ว่าเด็กจะหายปกติและสามารถกลับไปยังบ้านได้แล้ว แต่ก็ยังไม่แข็งแรงเท่าคนปกติ ยังต้องการการพักผ่อนและการเจริญเติบโตทางด้านสุขภาพทั้งทางกายและทางใจด้วย ดังนั้น เมื่อออกไปแล้วยังไม่ควรที่จะออกไปเดินให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยเฉพาะช่วง 1 เดือนแรก และญาติเองก็ควรระมัดระวังคำให้สัมภาษณ์ หรือหากให้เด็กสัมภาษณ์ก็ควรระวังคำถามที่จะกระทบกระเทือนจิตใจของเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางแพทย์ไม่อยากให้เกิดขึ้น
“ขอชื่นชมและขอขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพ จากทุกหน่วยงาน และทีมต่างชาติ ที่ทุกคนเสียสละทำงาน มุ่งให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ทั้งที่โรงพยาบาลสนามและที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นับเป็นการทำงานระดับชาติที่จะเป็นบทเรียน และประสบการณ์นำไปใช้ในภาวะวิกฤตต่างๆ และยืนยันว่าโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มีศักยภาพในการจัดระบบดูแลด้านการแพทย์ ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือ รวมทั้งการบริหารจัดการทุกขั้นตอน และการป้องกันควบคุมโรคที่ได้มาตรฐาน จนทำให้การดูแลรักษาทีมหมูป่าเป็นไปด้วยดี โดยไม่ส่งผลกระทบกับการบริการผู้ป่วยทั่วไป” ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาในโรงพยาบาลขณะนี้ เป็นไปตามมาตรฐานการรักษา มีการดูแลจาก ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา รวมทั้งทีมจิตแพทย์ พร้อมทั้งได้เตรียมแผนติดตามการดูแลต่อเนื่องเมื่อ เด็กๆ นักฟุตบอล และโค้ช ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นต่อที่บ้าน โดยมีทีมหมอครอบครัวโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลแม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าไปดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ

