จากนโยบายการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายใต้การบัญชาการของพลตรี สนิธชนก สังขจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ พันเอก สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ได้ประสานนายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี พ.ต.อ.มานิตย์ ผลวานิชย์ ผกก.สภ.สังขละบุรี ร.ต.อ.ไกรสร สุขสี รอง สว.ตม.จ.กาญจนบุรี และ พ.ต.ท.วรากร วิทยาบำรุง ผบ.ร้อย ตชด.134 กำชับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน ประจำจุดตรวจร่วมความมั่งคงบ้านน้ำเกริ๊ก ถนนสายบ้านพระเจดีย์สามองค์-สังขละบุรี หมู่ที่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เข้มงวดในการตรวจตรารถยนต์ทุกชนิดที่เดินทางกลับจากชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ ภายหลังจากได้รับรายงานจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านเส้นทางธรรมชาติตามแนวตะเข็บชายแดนเข้ามาในพื้นที่
จนกระทั่งมีรถต้องสงสัยเป็นรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฏฉ 9465 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดก่อนขอทำการตรวจค้นมี น.ส.นิภาภัทร กลั่นบุศย์ อายุ 28 ปี อยู่ ต.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นคนขับรถ โดยมีนายวันเฉลิม เสาะแสวง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่เดียวกันเป็นคนนั่งข้างมา และมีท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบรถอย่างละเอียด พบยาไอซ์ ซุกซ่อนมาภายในตัวรถ รวม 3 จุดด้วยกัน จุดแรกท้ายกระโปรงรถ จุดที่สองบริเวณใต้เบาะคนนั่ง จุดที่สามใต้ฝากระโปรงรถ จำนวน 15 กิโลกรัม ห่อหุ้มตบตาด้วยถุงชาและมีถุงพลาสติกสีดำทึบแสงปิดอีกชั้นอย่างดี
น.ส.นิภาภัทร กลั่นบุศย์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองกับน้องชายได้ขับรถเพื่อที่จะมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีกับเพื่อนที่ชื่อ น.ส.จิ๊บ โดยขับรถมา 2 คัน ช่วงเช้าทั้งหมดได้เดินทางไปเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ จากนั้น น.ส.จิ๊บได้ทำทีมาขอยืมรถตนเองอ้างว่าจะขับไปเที่ยวในฝั่งตลาดพญาตองซู ประเทศเมียนมา แล้วจะนำรถมาส่งให้อีกทีในช่วงบ่าย จนช่วงบ่าย น.ส.จิ๊บได้นำรถมาคืนให้ตนเอง ก่อน น.ส.จิ๊บจะขับรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีดำ หมายเลขทะเบียน 7กฒ 5483 กลับบ้าน ตนจึงขับรถคันดังกล่าวตามออกมาจากด่านเจดีย์สามองค์เพื่อที่จะกลับบ้าน ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมโดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่าภายในรถจะมียาเสพติดยาไอซ์ในครั้งนี้
หลังได้รับข้อมูลเจ้าหน้าที่พยายามสกัดจับ น.ส.จิ๊บ ตามจุดตรวจต่างๆ แต่ไม่พบ คาดจะไหวตัวทันเลยหลบหนีไปก่อน
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีสอบสวนขยายผลต่อไป
ด้านพันเอก พิเชษฐ์ หัสดีผง รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เปิดเผยว่า หากยาไอซ์ทั้งหมดสามารถเล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในจะมีมูลค่าสูงถึง 15 ล้านบาท ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านเป็นแหล่งผลิต เราจำเป็นต้องสกัดกั้นทุกวิถีทาง พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันบูรณาการในการเฝ้าระวัง ทำงานจนนำมาสู่การจับกุมยาเสพติดในครั้งนี้ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการจับกุมมา


