เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเยาวชนนักฟุตบอลทีมทีนทอล์ค (หมูป่า) อะคาเดมี่ แม่สาย 12 คน และโค้ชอีก 1 คน รวม 13 ชีวิต ติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามนานกว่า 2 สัปดาห์จึงสามารถช่วยทั้งหมดออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย ขณะที่วัสดุอุปกรณ์ช่วยเหลือยังคงติดค้างภายในถ้ำ ไม่สามารถนำออกมาได้หมด และสภาพแวดล้อมภายในถ้ำยังต้องได้รับการพื้นฟู โดยกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชยังคงประกาศปิดวนอุทยานเป็นการชั่วคราวไปอย่างไม่กำหนดจนกว่าการปรับปรุงพื้นฟูจะแล้วเสร็จทั้งหมด
ล่าสุด นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวระหว่างเดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย ว่า ได้จัดแผนพัฒนาพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวงไว้แล้วทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว สิ่งที่ทำเร่งด่วนตอนนี้ คือ ปิดถ้ำไปแล้ว ไม่ให้พี่น้องประชาชนหรือนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมแผนพัฒนาในอนาคต จะมีติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบไฟฟ้า การเข้าออกถ้ำต้องมีมาตรการลงทะเบียนเข้าออกด้วยเวลาที่ชัดเจน ตอนนี้อยู่ระหว่างเสนอ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาเพื่ออนุมัติดำเนินการต่อไป
“ต่อไปการเข้าออกถ้ำหลวง ต้องมีการลงทะเบียน เข้าเวลาเท่าไหร่จำนวนเท่าไหร่ และออกกี่คน จะทำให้รู้ยอดจำนวนคนเหลือภายในถ้ำ และการระบบดูแลความปลอดภัย จะมีระบบเซฟตี้ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ต่อไปเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องมีความรู้ด้านนี้ นักท่องเที่ยวที่จะไปท่องเที่ยวการแต่งกายและรองเท้าต้องพร้อม รวมทั้งจะจัดทำป้ายเตือนตามจุดอันตรายต่างๆ ด้วย ซึ่งตอนนี้กรมอุทยานได้ตั้งคณะกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านทรัพยากรธรณี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทำการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นถ้ำทั่วประเทศ เพื่อจัดทำรูปแบบหรือโมเดลถ้ำต่างๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร อันตรายจุดไหนอย่างไร เส้นทางของถ้ำเป็นอย่างไร คดเคี้ยวหรือไม่ รวมทั้งธรณีสังขาร บริเวณถ้ำจะมีรมาตรวัดปริมาณน้ำขึ้นลงภายในถ้ำด้วย
สำหรับถ้ำหลวง จริงๆ แล้วหลายภาคส่วนอยากให้มีประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ได้สั่งการให้รองอธิบดีและผู้อำนวยการสำนักฯทำการสำรวจพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และสอบถามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ประชาพิจารณ์ว่าทุกคนเห็นด้วยประการใดที่จะประกาศวนอุทยานถ้ำหลวงเป็นอุทยาน เพราะการเป็นอุทยานจะเอื้อในการใช้ประโยชน์ได้มากกว่า หากเป็นวนอุทยานการบริการจัดการเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเป็นอุทยานสามารถเลี้ยงตัวเองได้ เพราะสามารถจัดเก็บรายได้นำมาพัฒนาได้ ดูแลด้านอำนวยความสะดวกและปรับปรุงภูมิทัศน์ วนอุทยานต้องรอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียวการพื้นฟูพัฒนาจึงไม่ทำได้เท่าที่ควร สิ่งที่ต้องดำเนินการเฉพาะหน้าก่อน คือ การฟื้นฟูสภาพของวนอุทยานถ้ำหลวงให้ฟื้นคืนสภาพเดิมจากการปฏิบัติการที่ผ่านมาโดยเร็วเสียก่อน” อธิบดีกล่าว

