เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่15 กรกฎาคม ที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าอุบัติเหตุเรือล่มจังหวัดภูเก็ต
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตที่พบและเก็บกู้ได้และนำขึ้นมา พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 46 คน และอีก 1 คน ยังคงติดอยู่ที่ใต้เรือCC Phoenix Divingโดยมีการปฏิบัติงานกู้ร่างต่อเนื่องทุกวัน มีการบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายไทย-ฝ่ายจีนอย่างใกล้ชิด
ส่วนในด้านการจัดการศพ ที่ค้นพบก่อนหน้านี้ 46 รายขณะนี้ได้ฌาปนกิจศพรวมวันนี้ ได้จัดการศพเรียบร้อยหมดแล้ว 39 ราย และนำส่งกลับไปประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว 7 ราย ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วสำหรับจำนวนผู้บาดเจ็บที่รักษาโรงพยาบาลโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ขณะนี้มี 1 ราย คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในเร็วๆนี้
สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบภัย นั้นได้จ่ายเงินเยียวยาเรียบร้อยแล้ว 29 คน ประกอบด้วยค่าสินไหมทดแทนโดยบริษัทกรุงเทพประกันภัยจำกัด(มหาชน)ดำเนินการจ่ายให้กับญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 29 รายๆละ 1,000,000บาทเป็นเงิน 29,000,000บาทและบริษัทไทยศรีประกันภัยจำกัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 29 รายๆ ละ 100,000บาทเป็นเงิน 2,900,000บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,900,000บาท ส่วนที่เหลือนั้นอยู่ระหว่างการรอเอกสารเพิ่มเติม หากได้เอกสารเพิ่มเติมแล้วจะสามารถจ่ายเงินเยียวยา ได้ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ คปภ.จังหวัดคอยดำเนินการ ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับการคาดคะเนการกู้ร่าง ผู้เสียชีวิตรายที่ 47 คาดว่าวันนี้มีความเป็นไปได้สูง และพลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 แจ้งว่าพื้นที่แคบ และร่างผู้เสียชีวิตค่อนข้างแข็ง หากวันนี้สามารถเก็บกู้ได้ จะนำขึ้นที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ที่ทางจังหวัดภูเก็ต ทัพเรือภาค3 เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยพร้อม กงสุลใหญ่ จะไปรับศพ และมีพิธีไว้อาลัย และขอบคุณคณะทำงานทุกภาคส่วน โดยขณะนี้รอการประสานติดต่อมา หลังจากนั้นจะนำผู้เสียชีวิตไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อดำเนินการพิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์ตัวบุคคล ซึ่งจะเป็นเพียงรายเดียวที่เหลืออยู่ นอกนั้นดำเนินการเสร็จหมดทุกสิ้นทุกขั้นตอน เหลือเพียงการเยียวยา

ทั้งนี้ การดำเนินงานต่างๆจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรับเรื่อง รับแจ้งประสานจากญาติผู้เสียชีวิตที่จะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และในส่วนของจังหวัดภูเก็ตยังคงเปิดศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่อาคารคอซิมบี้ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตโดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่อง ร้องทุกข์ด้วย
ทางด้านพลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การปฏิบัติการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากใต้ท้องเรือCC Phoenix เมื่อวานนี้(14ก.ค.)ได้นำทีมงานทั้งหมดทั้งกองทัพเรือของไทยและฝ่ายจีน ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่เช้าจนถึง19.00น.เศษพบว่า การดำน้ำมีข้อจำกัด กำลังพลนักประดาน้ำที่มีได้ลงดำน้ำทั้งหมด แต่ในสภาพแวดล้อมของทราย บริเวณใกล้ร่าง ผู้เสียชีวิต ที่มีความอัดแน่น ทำให้ยากต่อการกู้ร่าง จึงต้องใช้เวลา แต่ยังมีความเชื่อว่าวันนี้น่าจะดำเนินการสำเร็จ โดยจะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเมื่อเช้าได้เดินทางไปให้กำลังใจที่ท่าเรือ ไปพบกับทีมชุดดำน้ำของจีน เพื่อให้การดำเนินการให้สำเร็จ โดยทางทัพเรือภาคที่ 3 ขอให้ความเชื่อมั่นว่าได้ดำเนินการอย่างเต็มที่
ในขณะที่พลตำรวจตรีธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า เมื่อวานนี้(14ก.ค.)จับกุมตัวนางสาววรลักษณ์หรือยุ้ย ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี กรรมการผู้จัดการเรือ CC Phoenix Divingเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต โดยทางตำรวจได้แจ้งข้อหา “กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายโดยสาหัสและเสียชีวิต” พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้วและควบคุมตัวที่ สถานีตำรวจภูธรฉลองและในพรุ่งนี้(16ก.ค.)จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเก็ตต่อไป
อย่างไรก็ดีใน เบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธ ส่วนช่างเครื่องเรือ ได้มีการจับกุมไปแล้วตั้งแต่วันที่13 กรกฎาคมทั้งนี้ พนักงานสอบสวน จะเร่งสอบสวนเพื่อหาความเกี่ยวโยงถึงบุคคลอื่นที่กระทำผิดร่วมด้วยโดยต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานให้มากกว่านี้ และหากการรวบรวมพยานหลักฐานมีการพาดพิงไปถึงใครจะดำเนินการคดี ทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนนายสาคร ปู่ดำ ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวถึง แผนการกู้เรือว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รองอธิบดีกรมเจ้าท่า มาประชุมที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต จะดำเนินการกู้เรือจะมีการใช้เชือกเส้นใหญ่ จำนวน 4 -5 เส้น และจะต้องให้ผู้ที่มีประสบการณ์ผู้ชำนาญการการกู้เรือดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลา 15 – 20 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแถลงข่าวในแต่ละวันได้มีการแปล เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนโดยได้รับการสนับสนุนล่ามจากกระทรวงการต่างประเทศและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

