กรมชลประทานชี้แจงกรณีการร้องเรียนงานก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองพังยาง พร้อมอาคารประกอบ โครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อใช้ระบายน้ำลงสู่ทะเล ลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งได้มีการอายัดที่ดินและเวนคืนที่ดินของชาวบ้านมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการก่อสร้างหรือจ่ายค่าชดเชยให้แก่ชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านจอดเรือลำบาก รวมทั้งกรมชลประทานไม่เคยเรียกชาวบ้านไปประชุม ชี้แจงหรือทำประชาพิจารณ์นั้น
นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า การดำเนินการก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองพังยาง พร้อมอาคารประกอบ ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพังยาง และตำบลระวะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อใช้ระบายน้ำลงสู่ทะเล เนื่องจากในพื้นที่มักจะเกิดน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ซึ่งในกรณีของการอายัดที่ดินนั้น ขอยืนยันกรมชลประทานไม่มีนโยบายที่จะอายัดที่ดินของประชาชนแต่อย่างใด แต่เหตุที่การจ่ายค่าเวนคืน ค่าชดเชยล่าช้า เนื่องจากติดกระบวนการจัดหาที่ดินเพื่อการชลประทานของการก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองพังยาง ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 แล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 มีพื้นที่ที่ถูกเขตชลประทานทั้งสิ้น 150 แปลง ต่อมากลับพบว่า มีแนวเขตล้ำเข้าไปยังบริเวณ วัดใหญ่ ตำบลระวะ และบริเวณฌาปนสถานวัดพังยาง ตำบลพังยาง รวมทั้งถนนที่ราษฎรใช้สัญจรร่วมกัน ทำให้ต้องขออนุมัติเปลี่ยนแนวเขตชลประทานใหม่ ส่งผลให้ต้องทำการรับคำขอรังวัดที่ดินจากเจ้าของที่ดินใหม่ทั้งหมด ปัจจุบันได้ส่งคำขอรังวัดที่ดินใหม่ จำนวน 151 แปลง ให้กรมที่ดินเพื่อดำเนินการรังวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 แล้ว หากการรังวัดแล้วเสร็จจะเร่งดำเนินการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน เพื่อของบประมาณในการจัดซื้อและจ่ายค่าทดแทนฯให้กับราษฎรต่อไป ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้แล้ว คาดว่าหากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด ราษฎรจะได้รับค่าทดแทนฯ ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561

สำหรับประเด็นการชี้แจงหรือทำประชาพิจารณ์นั้น ขอเรียนว่า ในการดำเนินการตั้งแต่การสำรวจปักหลักเขตที่ดินบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้าง การรับคำขอรังวัดจากเจ้าของ และการรังวัดที่ดิน เพื่อจัดทำแผนที่และบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดินที่ถูกเขตชลประทาน (ร.ว.43 ก.) ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 นั้น ได้มีการประสานชี้แจงรายละเอียดโครงการ และขั้นตอนการจัดหาที่ดินฯ กับทั้งผู้นำท้องถิ่น และราษฎรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาโดยตลอด โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ ศาลาการเปรียญ วัดแจ้ง หมู่ 7 ตำบลระวะ อำเภอระโนด เพื่อชี้แจงรายละเอียด แผนการดำเนินงานก่อสร้าง และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของโครงการ ตลอดจนได้ชี้แจงถึงขั้นตอนการจ่ายค่าทดแทนที่ดินเพื่อการชลประทาน และตอบข้อซักถามเรื่องราคาค่าทดแทนที่ดิน และผลอาสินต่างๆ จนเป็นที่พอใจของผู้เข้าร่วมประชุม ในส่วนของกลุ่มราษฎรผู้ร้องเรียนนั้น สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 16 ได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงรายละเอียดโครงการและการจัดหาที่ดินเพื่อการชลประทานอีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ศาลาการเปรียญ วัดแจ้ง ทำให้กลุ่มผู้ร้องเรียนมีความพอใจและเข้าใจในกระบวนการทำงานของกรมชลประทานมากขึ้น และยินดีที่จะร่วมมือกันเดินหน้าโครงการให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ส่วนการดำเนินการแก้ไขปัญหาความต้องการนำเรือประมงเข้ามาจอดในคลองพังยาง นั้น กรมชลประทานจะดำเนินการตรวจสอบแบบก่อสร้างของอาคารประกอบ อาทิ ความกว้างของประตูระบายน้ำ และระดับของสะพานรถยนต์ เป็นต้น โดยจะได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้ได้รับผลกระทบและพิจารณาแก้ไขปัญหาการนำเรือประมงเข้าจอดต่อไป
สำหรับงานก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองพังยาง พร้อมอาคารประกอบ เป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพังยาง และตำบลระวะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ลักษณะโครงการ ประกอบด้วยการขุดลอกคลองระบายน้ำ การก่อสร้างประตูระบายน้ำ จำนวน 2 ช่อง 1 แห่ง การก่อสร้างสะพานรถยนต์ จำนวน 5 แห่ง การก่อสร้างท่อลอดถนน จำนวน 3 แห่ง คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งจะช่วยระบายน้ำที่มักจะท่วมขังในพื้นที่คาบสุมทรสะทิงพระ ให้ระบายลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ช่วยแก้ไขและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในบริเวณคาบสุมทรสทิงพระได้เป็นอย่างมาก จึงเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน


