หน้าแรก ภูมิภาค ฝนตกหนัก! ชุม...

ฝนตกหนัก! ชุมชนบ้านโบราณอายุกว่า 200 ปี ทรุดลงน้ำโขง

17.07.18 | 16:06 น.

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลัก คือลำน้ำสงคราม ที่รองรับน้ำมาจากหลายพื้นที่ไหลระบายลงน้ำโขงได้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วม พื้นที่การเกษตร รวมถึงชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์ระทึก เนื่องจากมีบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านไชยบุรี หมู่ 1 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นชุมชนบ้านเรือนเก่าแก่โบราณ อายุร่วม 200 ปี ที่ตั้งอยู่ริมน้ำสงคราม จุดบรรจบกับแม่น้ำโขง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม และเป็นที่ตั้งของร้านอาหารชื่อดัง ปากน้ำไชยบุรี และยังเป็นจุดชมความสวยงามทางธรรมชาติ แม่น้ำสองสี เพราะมีลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบแม่น้ำโขง ทำให้ช่วงฤดูฝนจะสามารถมองเห็นแม่น้ำสองสี แต่หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ดินริมตลิ่งที่ยังรอการดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระยะทางประมาณ 300 เมตร ได้เกิดดินสไลด์พังถล่มลง เป็นเหตุให้บ้านเรือนทรุดพังเสียหายจำนวน 4 หลัง จากทั้งหมด 10 หลัง

ว่าที่ร้อยตรีภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน สภ.ท่าอุเทน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.210 นครพนม ร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ เร่งขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือน พร้อมทำการรื้อถอนบ้านเรือนป้องกันการพังเสียหายเพิ่มอีก นอกจากนี้ยังได้นำทรายมาบรรจุกระสอบปุ๋ย เพื่อนำไปเป็นแนวป้องกันดินถล่มเพิ่มอีก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวจนดินริมตลิ่งสไลด์พังถล่มหายไปประมาณ 2-3 เมตร จนถึงตัวอาคารบ้านเรือน

น.ส.นิราลาพร อภิกุลชัยสุทธิ์ อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไชยบุรี หมู่ 1 ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้ลำน้ำสงครามที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง บริเวณปากน้ำไชยบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีร้านอาหารปลาน้ำโขงชื่อดัง ปากน้ำไชยบุรี รวมถึงบ้านเรือนชุมชนบ้านโบราณ อายุเก่าแก่ร่วม 200 ปี และมีการพัฒนาส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้านพักโฮมสเตย์ไว้รองรับประชาชน นักท่องเที่ยว แต่หลังจากระดับน้ำสงครามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดดินสไลด์พังถล่ม มีบ้านเรือนทรุดแล้วกว่า 4 หลัง ชาวบ้านต้องเร่งย้ายสิ่งของหนี รวมถึงต้องรื้อบ้านเรือนที่กำลังทรุดออกจากริมตลิ่ง โดยพื้นที่ดังกล่าวรอการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระยะทางประมาณ 300 เมตร โดยทางจังหวัดนครพนมจะดำเนินการก่อสร้างในปีนี้ แต่มาถล่มซ้ำอีก สำคัญเสียดายมาก คือบ้านเรือนโบราณที่อนุรักษ์ไว้เป็นที่ท่องเที่ยว มีอายุเก่าแก่ ต้องพังเสียหาย บางหลังต้องรื้อถอน เพราะเกรงว่าจะถล่มลงน้ำโขง ซึ่งอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งหาทางดูแลช่วยเหลือ เร่งหาทางสร้างแนวป้องกันดินถล่มในส่วนที่เหลือไม่ให้เสียหายเพิ่มขึ้น

Advertisement