หน้าแรก ภูมิภาค บุกบ้านจี้ยาย...

บุกบ้านจี้ยายวัย81 เชิดเงิน 200 บาทสุดท้าย-ขู่เอาชีวิต ชาวบ้านหวาดกลัวโจรชุกชุม

18.07.18 | 15:29 น.

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่บ.เซม ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวพบคุณยายเขียน มาให้พร้อม อายุ 81 ปี ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ 2 คนร้ายเป็นชาย บุกจี้ชิงทรัพย์และข่มขู่ เอาเงินจำนวน 200 บาท ของคุณยายไปกลางวันแสกๆ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของเมื่อวานนี้ (17 ก.ค.) ขณะคุณยายกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ถุนบ้านไม้ ซึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงของตัวเอง โดยระหว่างเกิดเหตุลูกสาว คือนางสมจิต บุญรอด อายุ 57 ปี ไม่อยู่บ้าน เพราะต้องออกไปรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว มีเพียงลูกชายของคุณยาย ซึ่งสติไม่สมประกอบนอนอยู่บนบ้าน แต่ก็ถูกข่มขู่ไม่ให้ลงมา เพราะคนร้ายจะทำร้ายให้เสียชีวิต แถมคุณยายสายตาพร่ามัว มองเห็นหน้าคนร้ายไม่ชัดเจน เมื่อถูกข่มขู่หมายเอาชีวิต จึงยอมให้เงินซึ่งเป็นเงินก้อนเดียวที่มีอยู่ติดตัว จำนวน 200 บาท ที่คุณจะเก็บเอาไว้ซื้อกับข้าวและข้าวสารไว้กิน 3 คนแม่ลูก

คุณยายเขียน เล่าให้ฟังว่า เหตุเกิดเมื่อช่วง 11.00 น. ยายอยู่บ้านคนเดียว ลูกสาวออกไปรับจ้าง คนร้ายมากัน 2 คน ยายคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ อบต.ที่เคยมาเยี่ยม แต่ไม่ใช่ คนร้ายมีอาวุธเป็นไม้ท่อน โดยคนร้ายถามว่ามีเงินไหม ตนตอบกลับไปว่าไม่มี ยายไม่ได้ทำงานอะไร แก่แล้ว ได้แต่นอนอยู่บ้าน จะมีเงินมาจากไหน คนร้ายจึงขู่ถ้าไม่มีเงินจะทำร้ายให้ตาย ยายกลัวจึงบอกไปว่ามี 200 บาท เอาไหม ก่อนที่คนร้ายจะหยิบเอาเงินที่ใส่ไว้ในกระปุกยาพาราไป แล้วบอกว่าไม่ได้กินข้าวมา 3 วันแล้ว คนร้ายมากัน 2 คน ผมยาว 1 คน ผมสั้น 1 คน ถึงตนจะมองไม่ชัดแต่ก็พอมองเห็น ยายให้เงินไป 200 บาท ก็ไม่เหลืออะไรเลย เงินที่ได้มา ชาวบ้านสงสารก็ให้มาเมื่อช่วงเช้า ยังไม่ได้ใช้เลยก็มาโดนจี้ชิงทรัพย์ไปก่อน ปกติตนจะอยู่บ้านคนเดียว ลูกสาวออกไปรับจ้าง อยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว เพราะ ชาวบ้านหวาดกลัวมากในขณะนี้


ในขณะที่นางสมจิตร บุญรอด ลูกสาวยายเขียนบอกว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตามจับให้ได้โดยเร็ว เพราะชาวบ้านหวาดกลัวมาก เพราะเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยมากในบริเวณนี้ เพราะก่อนที่ยายจะโดยจี้ชิงทรัพย์ ก็เกิดเหตุขึ้นที่หมู่บ้านใกล้กัน ครั้งนั้นได้เงินไป 300 บาท และไปก่อเหตุข่มขืนผู้หญิงอีกด้วย ประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมา คนร้ายอาจจะมีหลายคนหรือเป็นแก๊ง เดือนที่ผ่านมาเจอไปประมาณ 6-7 รายแล้ว ชาวบ้านต่างหวาดกลัวมาก คนร้ายยังข่มขู่ไว้อีกว่า อย่าแจ้งตำรวจ หากแจ้งจะมาทำร้ายให้ตาย ขนาดลูกชายอยู่บนบ้านแต่เป็นพิการ จะลงมาช่วยยังขู่ยายไว้หากลงมาจะตีให้ตายทั้ง 2 คน โดยใช้ไม้ที่ถือมาขู่ หากไม่ให้เงินจะตีให้ตาย พอคนร้ายได้เงินก็หนีออกไป แต่ไม่รู้ว่าไปทางไหน จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเพื่อนบ้านพบว่าคนร้ายได้ขับรถออกไป โดยมีลักษณะคล้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ฮอนด้าเวฟ แต่จำสีและหมายเลขทะเบียนไม่ได้ คล้ายๆ สีแดง-น้ำเงิน-เทา

ด้านนายโชติ ศัตรูพินาศ อายุ 55 ปี เพื่อนบ้านละแวกเดียวกันบอกว่า เคยเกิดเหตุจี้ชิงทรัพย์มาก่อนหน้าแล้วที่หมู่บ้านติดกัน จากนั้นก็ไปข่มขืนชาวบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งตนได้ยินเขาเล่ามา ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว ช่วงเวลาพลบค่ำ ในปีนี้เพิ่งได้ยิน ปีที่แล้วก็เกิดขึ้น คนร้ายได้ไปดักจี้เอาเงินชาวบ้านที่ไปจ่ายหนี้ ธ.ก.ส.ได้เงินไปประมาณ 5-6 พันบาท ล่าสุดก็เกิดขึ้นกับยาย ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่ออกไปทำงานแล้วกลับมาคนเดียว อยากให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจและติดวงจรปิดในจุดที่อันตราย ขอเจ้าหน้าที่ติดตามจับให้ได้โดยเร็ว

Advertisement

ด้าน ร.ต.อ.จตุรงค์ ล้อมนาค รอง สว.สส.สภ.เพี้ยราม ร้อยเวรเจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังเข้าตรวจสอบเข้าพื้นที่เกิดเหตุแล้ว ได้สอบถามรายละเอียด ซึ่งยายเขียนก็บอกว่า จำได้แค่ว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่น 2 คน คนหนึ่งผมยาว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่มเติม ดูตามสภาพการณ์แล้วคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่และน่าจะติดยาด้วย เพราะคนร้ายจริงๆไม่น่าจะมาจี้ชิงทรัพย์คนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียวเช่นนี้ และในพื้นที่นี้ก็มีเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง ขณะที่ทาง จนท.ตำรวจ มีกำลังไม่เพียงพอ จึงได้ประสานมาที่ อบต.นาดี และผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยจัดกำลังออกตรวจตรา เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสืบสวนสอบสวนตามจับกุมตัวคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดต่อไป

ในขณะที่บรรยากาศภายในหมู่บ้านเซม หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น พบว่า บรรดาแม่บ้านผู้หญิงที่ต้องเฝ้าดูแลบ้าน ต่างพากันปิดประตูบ้านไว้ พร้อมทั้งออกไปรวมกลุ่มกันพูดคุย อยู่เป็นเพื่อนกันหลายคน เพราะหวาดกลัว เกรงว่าคนร้ายจะมาก่อเหตุขึ้นอีก