เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 22 กรกฎาคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางมาติดตามโครงการเพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนสวัสดการแห่งรัฐ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยการฝึกอบรมส่งเสริมทักษะอาชีพให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรจักรสานเส้นพลาสติก แต่งผมบุรุษ เบเกอรี่ และซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารสามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ก้าวพ้นขีดความยากจนตามนโยบายของรัฐบาล ที่หอประชุมอำเภอเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดทาโครงการเพิมศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดการแห่งรัฐ “เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และความมันคงในชีวิต” เพื่อช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ ๒ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้รับเป้าหมายทั้งประเทศจากระทรวงการคลัง จำนวน 625,120 คน งบประมาณ 2,068,157,600 บาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวใน 2 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 : การส่งเสริมและฝึกอาชีพ หลักสูตรฝึกอาชีพช่างเร่งด่วน ช่างเอนกประสงค์(ช่างชุมชน) พร้อมทั้งมอบเครื่องมือประกอบอาชีพให้แก่ผู้สำเร็จการฝึก กิจกรรมที่ 2 การฝึกอาชีพเสริมเพื่อการมีงานทำ หรือการประกอบอาชีพอิสระ ฝึกทักษะอาชีพให้แก่ผูมีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับจังหวัดมุกดาหาร มีผู้ลงทะเบียนสวัสติการแห่งรัฐ ที่แจ้งความประสงค์จะฝึกอาชีพกับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานมุกดาหาร 1,880 คน ภายในวงเงินงบประมาณ 8,059,050 บาท ซึ่งใด้ดำเนินการแล้ว จำนวน 758 คน และจะได้ติดตามผู้ที่ลงทะเบียนในส่วนที่เหลือเพื่อเข้ารับการพัฒนาอาชีพต่อไป
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ในขณะนี้แรงงานต่างด้าวทุกคนจะต้องเขาสู่ระบบการขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดในทุกพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ที่ได้รับประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวจะต้องได้รับอนุญาตให้จ้างแรงงานต่างด้าว มีดำเนินการขอให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน โดยแรงงาน 3 สัญชาติคือ เมียนมา ลาว กัมพูชา สามารถเข้ามาทำงานได้ตามระบบ MOU และขอแจ้งเตือนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมายเนื่องจากสามารถเดินทางข้ามพรมแดนที่ติดต่อกันทางธรรมชาติได้โดยง่าย ควรดำเนินการขออนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมายเพราะจะทำให้รับความคุ้มครองและค่าจ้างอย่างเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนด

