หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านเดือดร...

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก อากาศร้อนจัด! ปลาทับทิมเลี้ยงขายตายเป็นหมื่น

14.04.16 | 10:00 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังเมืองอุบลฯเดือดร้อนหนัก! หลังอากาศร้อนจัดทำปลาทับทิมน็อกน้ำตายนับหมื่นตัว ชาวบ้านต้องเพิ่มเวลาการให้ออกซิเจนมากขึ้น ถึงจะต้องเสี่ยงต่อการเพิ่มต้นทุนก็ต้องยอมเพื่อรักษาปลาอีกกว่า 2 แสนตัว วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงให้คำปรึกษาแก้วิกฤต

เมื่อวันที่ 14 เมษายน สภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัด ส่งผลทำให้ปลาทับทิมที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ในกระชัง ในลำน้ำมูล บริเวณบ้านท่าข้องเหล็ก หมู่ที่ 1 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี น็อกน้ำตายลงเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านต้องเพิ่มเวลาการให้ออกซิเจนมากขึ้น ถึงจะต้องเสี่ยงต่อการเพิ่มต้นทุนก็ต้องยอมเพื่อรักษาปลาอีกกว่า 2 แสนตัว ให้ผ่านช่วงหน้าแล้งไป

นายไกรวุฒิ ฤทธิ์รักษา เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในลำน้ำมูล บริเวณบ้านท่าข้องเหล็ก หมู่ที่ 1 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า สำหรับฤดูแล้งปีนี้เกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังริมแม่น้ำมูล ซึ่งมีประมาณ 30 ราย ที่เลี้ยงปลาทับทิมต่างก็เจอวิกฤตอย่างหนัก ถือว่ารุนแรงอย่างมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดกว่าทุกปี ส่งผลให้ปลาทับทิมเกิดอาการน็อกน้ำตาย สาเหตุจากการขาดออกซิเจนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิในช่วงกลางวัน สูงถึง 41 องศา ติดต่อกันมาหลายวัน เกษตรกรต้องนำปลาขึ้นมาขายในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากเดิมต้องขายกิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งทำให้ขาดทุนจำนวนมาก และจำเป็นต้องเพิ่มราคาขายส่งจากกิโลกรัมละ 80 บาท เป็น 90 บาท ในช่วงที่ยังประสบปัญหาเกิดปลาตายอย่างนี้ไปอีก

นายไกรวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้อากาศร้อนมากกว่าปกติ ทำให้ภายในปีนี้เกิดเหตุการณ์ปลาน็อกน้ำตายมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งปีที่ผ่านมาจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้เกษตรกรต้องขาดทุนจากเหตุการณ์ปลาตายในปีนี้ไปแล้วไม่ต่ำกว่ารายละ 3 แสนบาท และต้องลดราคาขายลงไปกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งเบื้องต้นต้องแก้ปัญหาในการเพิ่มเวลาการให้ออกซิเจนจากเดิม 2 เวลา เพิ่มเป็น 3 เวลา คือช่วง 20.00-23.00 น., 02.00-07.00 น. และ เวลา 14.00-16.00 น. ซึ่งทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนไปหลายร้อยบาทต่อวัน จนกว่าจะผ่านช่วงหน้าแล้งไปได้ ซึ่งตอนนี้ทางหน่วยงานราชการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่มีการเข้ามาดูแลหรือให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาวิกฤตนี้แต่ประการใด