หน้าแรก ภูมิภาค นอภ.สังขละบุร...

นอภ.สังขละบุรี นำทีมแพทย์ทำคลอดหญิงท้องแก่กลางหมู่บ้านสะเนพ่อง หลังน้ำลด แม่ลูกปลอดภัย

24.07.18 | 09:20 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี รับแจ้งว่า มีหญิงท้องแก่เจ็บท้องใกล้คลอดอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ที่บ้านสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ภายหลังเดินทางกลับเข้าไปดูบ้านของตนเองหลังระดับน้ำท่วมลดลง จึงรีบประสานทีมแพทย์สนามโรงพยาบาลสังขละบุรี เจ้าหน้าที่จิตอาสา และทหารจากชุดปฏิบัติการมณฑลทหารบกที่ 17 (มทบ. 17) รุดเดินทางเข้าให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

โดยเส้นทางเข้าไปในหมู่บ้านสะเนพ่องเป็นไปด้วยความยากลำบากและทุลักทุเล เนื่องจากดินโคลนที่ไหลมากับน้ำป่ามีความหนาประมาณ 30-40 ซม. ต้องใช้วิธีเดินเท้าอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อไปถึงพบนางโพ่วยู ไม่มีนามสกุล อายุ 30 ปี มีอาการเจ็บท้องใกล้คลอด เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์สนามจึงรีบช่วยทำคลอดทันที โดยการทำคลอดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เด็กที่คลอดออกมาเป็นเด็กชาย มีสภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี ขณะที่แม่ของเด็กได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีที่สามารถช่วยทั้งแม่และลูกได้อย่างปลอดภัยในระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ในครั้งนี้ของทีมเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ จนท.ทีมแพทย์เผยว่า การช่วยเหลือของทีมแพทย์เป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เนื่องจากสภาพเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และไม่ทราบว่ามีหญิงท้องแก่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้าน ประกอบกับอุปกรณ์ไม่เพียงพอ และไม่ได้เตรียมความพร้อมในภาวะคลอดฉุกเฉิน เนื่องจากหญิงท้องแก่รายนี้ไม่ได้ไปลงทะเบียนไว้ที่ อบต.ไล่โว่ ซึ่งตั้งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูล อย่างไรก็ตาม ถือว่าโชคดีที่เราสามารถเดินทางเข้ามาถึงตัวผู้ป่วยได้ทันเวลา ส่งผลให้ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก

นายปกรณ์เผยว่า สถานการณ์น้ำปัจจุบันพบว่า ปริมาณฝนได้เบาบางลง ทำให้ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่น้ำในลำห้วยยังคงไหลแรง ส่วนร่องรอยความเสียหายกินพื้นที่กว้างมาก โดยดินโคลนที่ไหลมากับน้ำป่ามีความหนาประมาณ 40-50 ซม. อีกทั้งเส้นทางต่างๆ ได้รับความเสียหาย ถูกตัดขาดจนไม่สามารถใช้ยานพาหนะทุกชนิดได้ นอกจากการเดินเท้าเพียงอย่างเดียว ส่วนสะพานสลิงข้ามลำห้วยโรคี่ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหาย ต้องสร้างสะพานไม้ไผ่เพื่อใช้สัญจรไปมาเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้การให้ความช่วยเหลือและการดำเนินการฟื้นฟูเป็นไปด้วยความยากลำบาก

Advertisement

“ความเสียหายดังกล่าวทำให้บ้านเกาะสะเดิ่ง และบ้านทิไล่ป้าถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ต้องใช้วิธีเดินเท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งการเดินทางต้องใช้เส้นทางจากบ้านกองม่องทะไปยังบ้านเกาะสะเดิ่ง ระยะทางประมาณ 15 กม. ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชม. และจากบ้านกองม่องทะไปยังบ้านทิไล่ป้า ระยะทางประมาณ 90 กม. ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน ขณะที่ทีมแพทย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินเท้าเข้าไปดูแลสุขภาพชาวบ้าน พร้อมนำอาหาร น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่บ้านได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก พัดเอาดินโคลนเข้าไปอยู่ภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ร่วมกันทำความสะอาดวัด โรงเรียน และสถานที่ราชการต่างๆ ด้วย” นายปกรณ์ระบุ