หน้าแรก ภูมิภาค เดือดร้อนหนัก...

เดือดร้อนหนัก ชาวนา3ตำบลร้องน้ำท่วมนา เหตุราชภัฏถมดินทับคลอง จี้ยุติก่อสร้าง

24.07.18 | 13:19 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า นายไพฑูรย์ พรหมน้อย กำนันตำบลคุ้งตะเภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ นำรายชื่อชาวนา 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.คุ้งตะเภา ต.ป่าเซ่า และ ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ มายื่นต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.เมืองอุตรดิตถ์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ ถึงนายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อร้องเรียนและขอความช่วยเหลือกรณี นาข้าวที่อยู่บริเวณบึงกะโล่ถูกน้ำท่วมเสียหายหลายร้อยไร่ หลังเกิดฝนตกติดต่อกันเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งน้ำท่วมข้าวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย แต่ปีนี้เพียงแค่ฝนตกไม่กี่วันและไม่หนักมากก็ยังเกิดน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย หากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจะยิ่งผลกระทบต่อนาข้าวอย่างแน่นอน และหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายประสงค์กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมขังนาข้าวจนเสียหายนั้น ชาวนาระบุว่า เกิดจากการถมดินทับคลองของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และการถมดินด้านตะวันตกสะพานข้ามไปฝั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ทำให้กีดขวางทางน้ำไหลออกไปทางด้านทิศใต้ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ช่วยแก้ไขด้วยการขุดคลองที่ถมดินและบริเวณสะพานให้กว้างออก เพื่อเป็นการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแผนระยะยาวนั้นให้มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ดำเนินการวางท่อหรือก่อสร้างท่อเหลี่ยมให้มีขนาดเท่ากับคลองเดิมเพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปอย่างธรรมชาติ เพราะหากไม่ดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาวทุกครั้งที่เกิดฝนตกก็จะสร้างผลกระทบและความเสียหายให้กับนาข้าวอย่างแน่นอน


“ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยอยู่แล้วและพยายามคัดค้านมาโดยตลอดกับการเข้าไปใช้ประโยชน์ของส่วนราชการบริเวณในบึงกะโล่ เพราะก่อนหน้านี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จมาบึงแห่งนี้ พร้อมมีดำริให้อนุรักษ์เป็นแหล่งน้ำ เป็นที่อยู่ของปลาสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันด้านการเกษตร จนชาวบ้านเรียกติดปากกันว่าคลองพระเทพ ตามหลักการแล้วส่วนราชการควรสนองดำริของสมเด็จพระเทพฯ แต่ทำในสิ่งตรงกันข้ามด้วยการเข้าไปบุกรุก จัดสรรที่ดินให้กับส่วนราชการเข้าไปใช้ประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนที่ตามมาต่อประชาชน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนคือ ส่วนราชการที่เข้าไปใช้ประโยชน์ควรยุติการก่อสร้างแล้วออกมาจากบึงกะโล่ทันที พร้อมทั้งคืนธรรมชาติให้กลับมาโดยเร็ว” นายประสงค์กล่าว