หน้าแรก ภูมิภาค ครูวิภา เปิดใ...

ครูวิภา เปิดใจหลังถูกยึด ‘บ้าน-ที่ดิน’ ตามหมายศาล วอนศิษย์ใช้หนี้ กยศ. (คลิป)

24.07.18 | 20:54 น.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ห้องประชุม 1 โรงแรมเดอไอเดิล เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี น.ส.วิภา บานเย็น อายุ 47 ปี ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งกำแพงเพชร พร้อมด้วยเพื่อนข้าราชการครูจากกำแพงเพชร ได้มาเปิดใจใจแถลงข่าวกรณีถูกยึดบ้านและที่ดินตามหมายศาลหลังจากประกันกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ให้ลูกศิษย์ 60 คน

ทั้งนี้ น.ส.วิภา ผู้เสียหายได้นำเอกสารเกี่ยวกับหมายศาลที่ถูกส่งมาที่บ้าน พร้อมทั้งเอกสารหมายศาลบังคับคดี จนทำให้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเอกสารเป็นหมายยึดทรัพย์สิน บ้านและโฉนดที่ดิน 1 แปลง มาแสดงด้วย

โดย น.ส.วิภา ครูผู้เสียหาย เปิดเผยว่า สอบบรรจุข้าราชการครูได้เมื่อปี พศ.2538 จึงเข้ารับราชการครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำตำบล ใน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา กระทั่งเมื่อ พ.ศ.2541 ได้มีการเปิดกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)เป็นครั้งแรกของโรงเรียนดังกล่าว จึงมีนักเรียนเข้าร่วมกองทุนให้กู้ยืมกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เด็กนักเรียนที่โรงเรียนเป็นเด็กที่มีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี

ตนจึงได้เซ็นค้ำประกันร่วมกับผู้ค้ำคนอื่น ซึ่งเป็นพ่อแม่หรือญาติให้กับเด็กๆ ในห้อง ที่เป็นเด็กนักเรียนในความดูแล เพราะเป็นครูประจำชั้นและเห็นว่านักเรียนจะได้มีเงินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการศึกษาเล่าเรียน โดยไม่ได้คิดอะไร คิดเพียงให้เด็กนักเรียนจะได้มีอนาคตในด้านการศึกษา รวมจำนวนนักเรียน 60 คน คนละประมาณหมื่นกว่าบาท

กระทั่งเมื่อต้นปี 2551 ตนโดนหมายศาลเกี่ยวกับเรื่องการขาดชำระการกู้ยืมเงินของนักเรียน ว่ามีการเรียกให้นักเรียนผู้กู้ดำเนินการชำระหนี้สินที่กู้มา ซึ่งช่วงนั้นตนก็ติดต่อประสานเด็กๆ และพ่อแม่รวมถึงญาติของเด็กๆ เพื่อให้ชำระหนี้ กยศ. เพราะมีเอกสารให้นักเรียนสามารถไปดำเนินการผ่อนชำระและไกล่เกลี่ยประนอมหนี้

Advertisement

จากนั้นตนก็ได้ย้ายจากโรงเรียนดังกล่าว ไปสอนอีกโรงเรียนในจังหวัดกำแพงเพชร กระทั่งเหลือเด็กนักเรียนจำนวน 30 ราย ที่ยังไม่ดำเนินการชำระหนี้สินแต่อย่างใด จนทำให้มีหมายศาลแจงรายละเอียดหนี้มายังผู้ค้ำประกันของเด็กจำนวน 4 ราย ซึ่งมียอดเงินที่ต้องไปชำระรวมจำนวนกว่า 90,000 บาท กระทั่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ได้มีเอกสารไกล่เกลี่ยเงินกู้ของนักเรียนมาอีกครั้ง เป็นของนักเรียนจำนวน 2 ราย ซึ่งมียอดให้ชำระของรายที่ 1 จำนวน 14,000 บาท และรายที่ 2 จำนวน 24,000 บาท และมีค่าทนายความอีก 4,000 บาท ตนเองจึงจำเป็นต้องจ่ายชำระไปของยอดเงินกู้ของนักเรียน 2 รายแรก จากนั้น เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2561 มีเอกสารหมายศาลบังคับคดีเร่งการชำระเงินกู้ 1 ฉบับ ของนักเรียนรายที่ 3

และ วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ก็มีเอกสารหมายศาลบังคับคดีเร่ง การชำระเงินกู้ มาอีก 1 ฉบับ ซึ่งเป็นของนักเรียนรายที่ 4 แต่ครั้งนี้ เป็นการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินซึ่งเป็นบ้าน ราคาประเมินกว่าล้านบาท และโฉนดที่ดิน 1 แปลง ราคาประเมินประมาณ 6 แสนบาท โดยยึดทรัพย์สินของตนเองเนื่องจากผลการเซ็นค้ำประกันร่วมเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน กยศ.

ตนจึงได้เดินทางไปติดต่อประสานงานที่สำนักงานกองทุน กยศ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูล แต่ก็ได้รับการชี้แจงเพียงว่าต้องชำระหนี้เพื่อไม่ให้ถูกยึดทรัพย์สินซึ่งเป็นบ้านและที่ดิน จึงได้ชำระเงินให้กับกองทุน กยศ. ของนักเรียนรายที่ 3 และรายที่ 4 ไป เป็นจำนวนเงินกว่า 50,000 บาท

รวมจำนวนเงินที่ตนเองชำระไปทั้งหมด 90,000 บาท เพื่อให้พ้นจากการถูกยึดทรัพย์สินดังกล่าว เนื่องจากทรัพย์สินของตนเองมีมูลค่าร่วม 2 ล้านบาท แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่ายังมีผู้กู้อีก 26 ราย ที่ยังไม่ดำเนินการชำระหนี้และจะต้องถูกออกหมายศาลบังคับคดีเช่นกัน

น.ส.วิภา กล่าวอีกว่า หลังจากทำเรื่องที่สำนักงาน กยศ.แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังแจ้งอีกว่า มีนักเรียนผู้กู้อีก 4 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องเอกสาร เพื่อเข้าสู่กระบวนการออกหมายศาลบังคับคดีเช่นกันและจะดำเนินการส่งเอกสารหมายศาลบังคับคดีภายในปีนี้ จึงทำให้ตนเองเกิดอาการเครียด เพราะตนเองต้องมารับภาระการชำระหนี้เงินกู้ กยศ. รวมจำนวนกว่าล้านบาท

โดยตนเองและเพื่อนครู พยายามติดต่อนักเรียนที่ทำเรื่องกู้ยืม ซึ่งปัจจุบันทุกคนต่างมีหน้าที่การงานทำกันแล้ว แต่บางรายก็ยังไม่ดำเนินการนำเงินมาชำระ และหลายรายที่ติดต่อไม่ได้ ตนเองจึงวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตนเองไม่สามารถรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดได้และวอนขอร้องให้นักเรียนที่กู้เงินไป

ขอให้เห็นใจครู ขอให้ติดต่อกลับและหาวิธีการชำระหนี้สินที่นักเรียนกู้ไปเพื่อการศึกษา เพื่ออนาคตของนักเรียนเอง แต่ครูซึ่งไม่ได้รับประโยชน์อะไรด้วยเกี่ยวกับเงินกู้เพื่อการศึกษา แต่เซ็นค้ำประกันช่วยนักเรียนเพื่อเห็นว่าจะทำให้นักเรียนได้มีอนาคตทางการศึกษาที่ดี แต่กลับเกิดเหตุการเช่นนี้ขึ้นจึงทำให้ครูเดือดร้อนมาก

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

‘ศิษย์ทรยศครู’ เซ็นค้ำกยศ.ให้นร. เบี้ยวหนี้ 30 คน ถูกยึดบ้านที่ดิน เสี่ยงล้มละลาย-ออกจากราชการ