หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ตรวจการแผ่...

ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ตราดแก้ปัญหาโครงการชลประทานปิดกั้นน้ำเค็ม

25.07.18 | 17:52 น.

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินทางไปที่อาคารโครงการอัดน้ำบ้านหินดาด หมู่ 6 ต.บางปิด อ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากโครงการชลประทานที่ก่อสร้างในพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมี ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรัชชัย พรพา ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามทางทะลเและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายชัยสิทธิตระกูลศิริพาณิชย์ ทสจ.ตราด ตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ,ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมตราด ตัวแทนผู้อำนวยการชลประทานตราด นายพีระ เอี่ยมโสภณ นายอำเภอแหลมงอบ นายสุชาติ จิตมุ่งมโนธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปิด นายภุงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 นายไตรรัตน์ เรือนงาม หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 เจ้าหน้าที่โครงการสร้าง ผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านในพื้นที่ ร่วม

พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้สอบถามถึงปัญหาต่างๆในพื้นที่และได้รับทราบปัญหาต่างๆจากผู้เกี่ยวข้องและมีข้อขัดแย้งกันโดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนที่เป็นป่าสงวน ขณะที่โครงการชลประทานระบุว่าได้ขออนุญาตในการก่อสร้างในพื้นที่ป่าแล้ว ทำให้ยังไม่ได้ข้อสรุป และเดินทางมาประชุมที่อ.แหลมงอบ


หลังจากนั้น ได้เดินทางมาร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอแหบมงอบ จังหวัดตราด โดยนายสุชาติ ได้กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในข่วงหน้าแล้ง และมีปัญหาน้ำเค็ม จึงได้ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 9 กรมชลประทานเริ่มก่อสร้างในปีงบประมาณ 2560 เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง แหล่งน้ำไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอและมีน้ำเค็มไหลเข้าพื้นที่เกษตรของราษฎร

โดยเริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่งต่อมามีราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพประมงได้คัดค้านการก่อสร้าง เพราะเกรงว่าโครงการดังกล่าวเมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วพื้นที่โดยรอบจะถูกประกาศเป็นพื้นที่ชลประทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและทำให้วิถีชุมชนต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงมีการระงับการก่อสร้างไว้ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2560

ด้านนายรัชชัย กล่าวว่า พื้นที่ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน และการก่อสร้างได้ทำลายป่าชายเลน ซึ่งต้นโกงกางจำนวนมากได้ตายไปบางส่วนแล้ว รวมทั้งยังได้แจ้งความไปแล้วเนื่องจากมีการบุกรุกป่าชายเลยและทำให้ป่าชายเลนได้รับความเสียหาย และพื้นที่ที่ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน ทั้งนี้ ทางทช.ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว ขณะเดียวกันต้องยอมรับพื้นที่ดังกล่าวมีการบุกรุกมาก

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ในการประชุม พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ พยายามไกล่เกลี่ยและแยกแยะในเรื่องปัญหาต่างๆเพื่อหาข้อยุติ โดยสรุปว่า 1.การขอใช้ที่ดินในป่าชายเลนทางอำเภอแหลมงอบได้ทำการข้อใช้เพื่อประโยชน์ประชาชนและกฎกระทรวงได้อนุญาตให้ใช้ 27 ไร่ ซึ่งเรื่องนี้ได้ข้อยุติ ส่วนประเด็นที่ 2 ต้องมาพิจารณาว่า พื้นที่การปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ที่ขออนุญาต 27 ไร่หรือไม่ หากอยู่เรื่องก็จะได้ข้อยุติเร็ว แต่หากไม่อยู่จะต้องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานาน ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายรอให้เกิดข้อยุติและให้กรมป่าไม้มารังวัดเขต ทั้งนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จะเป็นตัวกลางในการประสานงานต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งใดๆ