จากเหตุการณ์อุทกภัยเขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แตก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก ซึ่งอุทกภัยครั้งใหญ่ใน สปป.ลาว ที่เกิดขึ้นนี้ ทางไทยได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือด้วย ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตลอดจนสิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่เครื่องปั่นไฟจากทีมรองชลอ ยกกระบัตร กระแสไฟฟ้า อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยของ สปป.ลาว ที่เคยเข้ามาช่วยในภารกิจนำ 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนนั้น ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านมาทาง อ.แม่สาย โดยขณะนี้ทีมงานของรองชลอ ยกกระบัตรกระแสไฟฟ้า ก็อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมในการเดินทาง
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ไปติดตามการเตรียมความพร้อมของทีมรองชลอยกกระบัตร กระแสไฟฟ้า ในการนำเครื่องปั่นไฟไปช่วยที่ สปป.ลาว ซึ่งทางทีมงานชลอ ยกกระบัตร กำลังใช้รถเครนยกเครื่องปั่นไฟขึ้นรถ โดยเป็นเครื่องปั่นไฟขนาด 200 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง, 170 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง และ 100 กิโลวัตต์อีก 1 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีไฟสปอตไลท์ 50 ชุด และหลอดนีออนอีก 100 หลอด พร้อมกับน้ำมันดีเซลอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องนำไปใช้ในภารกิจนี้ ซึ่งในส่วนของน้ำมัน มีพระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ได้มอบให้ 800 ลิตร กับ พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนอีก 200 ลิตร ขณะที่พี่น้องประชาชนที่ทราบว่าตนจะนำเครื่องปั่นไฟฟ้าไปช่วยภารกิจกู้ภัยน้ำท่วมที่ สปป.ลาว ก็อยากจะขอมีส่วนร่วมด้วย แต่ทางทีมงานไม่ขอรับเป็นเงิน ถ้าใครอยากจะช่วยเหลือก็ขอเป็นน้ำมันเพื่อได้บรรทุกใส่รถไปพร้อมกัน หรือสิ่งของที่เป็นเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้อง สปป.ลาวที่ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่นี้
นายชลอ เกิดปั้น ผู้นำทีมรองชลอยกกระบัตร กระแสไฟฟ้า กล่าวว่า ภารกิจจิตอาสาครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทีมกู้ภัยของ สปป.ลาว ที่เคยเข้ามาช่วยภารกิจนำ 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนนั้น ได้ประสานมายัง อ.แม่สาย แล้วสอบถามว่าเครื่องปั่นไฟที่นำมาใช้ที่ถ้ำหลวงนั้น นำมาจากไหน อยากจะได้ไปช่วยที่ สปป.ลาวบ้าง ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ของ อ.แม่สาย ก็ได้ประสานต่อมาที่ตน ซึ่งพอทราบถึงความต้องการดังกล่าว จึงได้ตอบรับทันที และจัดเตรียมนำเครื่องปั่นไฟฟ้า 3 เครื่องขึ้นรถบรรทุก พร้อมกับสปอตไลท์ขนาดใหญ่ 50 ตัว กับหลอดนีออนอีก 100 หลอด และกำลังคนอีก 15 คน เข้าไปให้การช่วยเหลือ โดยเครื่องปั่นไฟขนาด 200 วัตต์ กับ 170 วัตต์ จะถูกนำไปตั้งไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ส่วนเครื่องปั่นไฟขนาด 100 วัตต์ จะถูกนำใส่รถบรรทุกของหน่วยกู้ภัย สปป.ลาว แล้วติดไฟสปอตไลท์รอบคัน เพื่อนำออกลาดตะเวนติดตามหาตัวผู้ประสบอุทกภัยที่ต้องการขอความช่วยเหลือในยามค่ำคืน
นายชลอกล่าวอีกว่า โดยภารกิจในครั้งนี้คาดว่า เบื้องต้นจะใช้เวลาอยู่ที่ สปป.ลาว ประมาณ 10 วัน ตามหนังสือที่ได้รับอนุญาต แต่หากภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ก็จะอยู่ต่อไปจนกว่าเหตุการณ์จากอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง สปป.ลาวจะทุเลาลง ซึ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของทีมงานรองชลอยกกระบัตร กระแสไฟฟ้า ที่ได้มีส่วนร่วมในภารกิจช่วยพี่น้อง สปป.ลาว
“ส่วนการออกเดินทางไปยัง สปป.ลาวนั้น ทีมงานรองชลอยกกระบัตร กระแสไฟฟ้า จะเคลื่อนขบวนรถออกจากลานวัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ในเวลา 18.00 น.ของวันที่ 27 กรกฎาคม หากพี่น้องท่านใดประสงค์จะร่วมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคส่งไปให้พี่น้อง สปป.ลาว ก็นำมามอบให้ได้ แล้วทางทีมงานก็จะนำไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ของ สปป.ลาว เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยต่อไป” นายชลอ กล่าว



