เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) เปิดเผยว่า บก.ปภ.ช.ได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 28-31 กรกฎาคมนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
บก.ปภ.ช.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รับมือฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม รวมถึงคลื่นลมแรงซัดชายฝั่ง โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ เพิ่มความถี่ในการตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในช่วงฝนตกหนัก ผ่านวิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ เคเบิลทีวี และสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร แจ้งข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ภัยให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและเครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมความพร้อมด้านสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย และจัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง
นายฉัตรชัยกล่าวอีกว่า กรณีฝนตกหนักหรือมีฝนตกสะสมในพื้นที่และประเมินสถานการณ์แล้วมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ ให้กำหนดจุดปลอดภัยและจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการอพยพ หากสถานการณ์รุนแรงให้พิจารณาอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและขั้นตอนการปฏิบัติที่กำหนด กรณีเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มให้แจ้งเตือนประชาชนทราบถึงความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และชี้แจงถึงความจำเป็นในการต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ให้แจ้ง บก.ปภ.ช.เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน
นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ ให้ประสานหน่วยงานเจ้าท่าประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือทุกประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก และเรือเฟอร์รี่ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและงดการเดินเรือหากทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยก่อนออกเรือทุกครั้ง ทั้งความพร้อมของพนักงานขับเรือและพนักงานประจำเรือ และตรวจสอบให้มีอุปกรณ์ชูชีพประจำเรืออย่างเพียงพอ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ตลอดจนนักท่องเที่ยวควรงดการประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท เนื่องจากขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองทะเลจะมีคลื่นลมแรง ก่อให้เกิดอันตรายได้

