หน้าแรก ภูมิภาค ประมงบ้านแหลม...

ประมงบ้านแหลมร้อง เปลือกหอย-ทรายถูกน้ำพัดปิดช่องทางเข้าออกเรือ เดือดร้อนหนัก พ้อทางการเมินช่วย

29.07.18 | 15:44 น.

ประมงพื้นบ้านปากทะเลร้อง “กระซ้า” และทรายถมปิดปากคลอง เดือดร้อนออกเรือประกอบอาชีพไม่ได้ ตัดพ้อเคยแจ้งหน่วยงานราชการให้ขุดลอกแต่ไม่มีการดำเนินการ เหลือ 50 เมตรจะปิดปากคลองสนิท วอนส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ชาวประมงพื้นบ้าน หมู่ 2 และหมู่ 3 ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี กว่า 50 คน เดินทางมาที่บริเวณคลองปากทะเลเขตติดต่อหมู่ 2 และหมู่ 3 ต.ปากทะเล ร้องเรียนกรณีได้รับความเดือดร้อนจาก “กระซ้า” หรือเปลือกหอย และทราย ถูกกระแสน้ำพัดมาถมปิดปากคลองซึ่งเป็นเส้นทางเข้า-ออกของเรือประมงพื้นบ้าน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ


นายวัชรา อิศรางกูร อายุ 49 ปี ชาว ต.ปากทะเล กล่าวว่า คลองปากทะเลแห่งนี้เดิมเป็นคลองลึกและกว้างจนเรือประมงขนาดใหญ่เข้าและตรงออกสู่ทะเลได้สบาย ชาวประมงหมู่ 2 และหมู่ 3 ต.ปากทะเล กว่า 200 หลังคาเรือน ใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออกเรือไปทำประมง และจอดเรือเพื่อนำสัตว์ทะเลที่จับได้ขึ้นมา เป็นเวลานานหลายสิบปี แต่เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เกิดกระแสน้ำและกระแสลมเปลี่ยนทิศทาง ทำให้พัดพากระซ้าและตะกอนทรายมาทับถมปิดปากคลองดังกล่าว ทำให้เรือเล็กเรือใหญ่ไม่สามารถวิ่งผ่านออกทะเลได้โดยตรง ต้องขับเรือวิ่งอ้อมไปตามร่องน้ำกว่า 500 เมตร เพื่อนำเรือออกสู่ทะเล ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยระดมกำลังขุดเอากระซ้าออก แต่ก็ถูกคลื่นลมพัดกลับมาทับถมอย่างเดิม เคยร้องทุกข์ไปที่ อบต.ปากทะเล และที่ว่าการอำเภอบ้านแหลมให้หาทางช่วยเหลือ นายอำเภอบ้านแหลมและเจ้าหน้าที่เดินทางมาดูพื้นที่ด้วยตนเอง และรับปากจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ แต่เรื่องเงียบหายไป ไม่มีการดำเนินการใดๆ

Advertisement

ด้านนายจักรรินทร์ สายทอง อายุ 32 ปี ชาว ต.ปากทะเล กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกระซ้าและทรายมาทับถมที่หน้าปากคลองจนมีความสูงกว่า 3 เมตร ยาวกว่า 1 กิโลเมตร ร่องน้ำที่อ้อมก็เริ่มมีการตื้นเขิน เรือใหญ่ไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ เรือเล็กต้องรอน้ำขึ้นจึงสามารถนำเรือออกไปที่ทะเลได้ แต่ก็มีบางช่วงต้องลงผลักเรือข้ามสันทราย แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาน้ำลดจะไม่สามารถเข้าออกได้อย่างเด็ดขาด ส่วนเรือที่ออกทะเลไปแล้วกลับไม่ทันน้ำขึ้นจะต้องจอดเรือและเดินเท้าแบกของทะเลกลับเข้าฝั่งไกลกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้บางครั้งอุปกรณ์ทำมาหากินที่อยู่ในเรือที่จอดอยู่ในทะเลจะถูกโจรขโมยไป และบางครั้งคลื่นลมแรงก็พัดเรือหลุดออกทะเลไปไกล ที่สำคัญขณะนี้ร่องน้ำที่อ้อมก็เริ่มมีการตื้นเขิน มีกระซ้าและทรายทับถมเพิ่มเติมขึ้นทุกวัน หากปล่อยไว้เนินกระซ้าและทรายจะเพิ่มพูนไปจนถึงป่าชายเลนซึ่งห่างออกไปประมาณ 50 เมตร เรือทั้งหมดก็จะไม่สามารถออกทะเลได้อีกเลย ตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขด้วย