หน้าแรก ภูมิภาค กลุ่มเด็กรับร...

กลุ่มเด็กรับรุมตี ‘ชายสติไม่ดี’ จนตาย รอสหวิชาชีพสอบปากคำก่อนดำเนินคดี

30.07.18 | 09:02 น.

ความคืบหน้ากรณีมีผู้พบศพนายประเสริฐ ใจเรือน อายุ 44 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่ศาลาประชาคม หมู่บ้านพะเนา หมู่ที่ 1 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่าถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนศีรษะโชกด้วยเลือด และตามร่ายกายมีความบอบช้ำอย่างหนัก ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Ake srisuwan” ได้เผยแพร่ภาพที่นายประเสริฐเสียชีวิต พร้อมกับระบุว่าถูกกลุ่มเยาวชนอายุประมาณ 13-14 ปีหลายคนซึ่งกำลังเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งรุมทำร้ายร่างกาย แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถนำตัวเยาวชนกลุ่มนี้มาดำเนินคดีได้นั้น

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ ได้เชิญ น.ส.พิมพ์ชนก ชุมจอหอ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 บ้านพะเนา หมู่ที่ 1 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหลานของผู้ตาย พร้อมด้วยนางลา เพ็ชรตะกั่ว อายุ 49 ปี ญาติของผู้ตายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม

ทั้งนี้ น.ส.พิมพ์ชนกเปิดเผยว่า นายประเสริฐ ใจเรือน เคยประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อนจึงทำให้ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองและสติไม่ค่อยดีนัก แม้ว่าญาติๆ จะให้พักอาศัยอยู่ที่บ้าน แต่นายประเสริฐก็ไม่อยากอยู่ ชอบออกไปใช้ชีวิตเร่ร่อน อาศัยนอนตามศาลาวัดและศาลาประชาคมของหมู่บ้าน แต่นิสัยส่วนตัวเป็นคนดี มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เห็นใครก็มักจะยกมือไหว้ตลอด ชอบช่วยกวาดลานวัดในชุมชน และชอบช่วยเหลือชาวบ้านหิ้วผักในตลาดจอหอ แต่บ่อยครั้งที่มักจะถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมแกล้งต่างๆ นานา บางครั้งก็จะถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งล่าสุดเคยบอกชาวบ้านว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย เอาก้อนหินขว้างใส่จนบาดเจ็บเป็นแผลช้ำทั้งตัว ก่อนวันเกิดเหตุคาดว่าผู้ตายจะไปเห็นพฤติกรรมบางอย่างของกลุ่มเด็กวัยรุ่น จึงได้ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกกลุ่มวัยรุ่น อายุประมาณ 13-14 ปี สอบปากคำ 4-5 คน รับสารภาพว่ารุมทำร้ายนายประเสริฐจริง โดยใช้ไม้รุมตีไปรอบหนึ่งจนนายประเสริฐได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่หนำใจวกกลับไปตีซ้ำอีกจนเสียชีวิต

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้านจำนวนมากจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ โดยส่วนใหญ่เกรงว่าคดีนี้จะไม่มีการจับตัวผู้กระทำผิดไปดำเนินคดี เพราะทั้งหมดยังเป็นเยาวชน อายุยังน้อย และยังเรียนหนังสืออยู่ในระดับมัธยมศึกษา แต่ก็ไม่อยากให้ปล่อยลอยนวลอยู่ในชุมชน เพราะเป็นคดีฆ่าคนตาย เกรงจะย่ามใจอาจก่อคดีซ้ำอีก

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับเยาวชน จึงต้องรอเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพสอบปากคำเยาวชนที่ต้องสงสัยอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป