เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น พ.อ.ชัชวัสส์ เหมือนอินทร์ หัวหน้ากองส่งกำลังบำรุง (หก.กกบ.) มทบ.23 พร้อมด้วย พ.อ.ยุสชนา ตระกูลเสนาธง หัวหน้ากองกิจการพลเรือน (หก.กกร.) มทบ.23 ส่งมอบเงินบริจาคชุดแรกจากการเปิดจุดรับบริจาคการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่แขวง (จังหวัด) อัตตะปือ สปป.ลาว ให้กับนายคำไพ พันธุ์ทองดี รักษาการกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น รวมทั้งการลำเลียงสิ่งของบริจาคจากที่ประชาชนคนอีสานได้ระดมการให้ความช่วยเหลือผ่าน 7 จุดรับบริจาคทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น นำส่งให้กับผู้ประสบภัยที่ สปป.ลาว โดยวันนี้ได้ทำการลำเลียงสิ่งของในกลุ่มเครื่องครัว-เครื่องนอน-ของใช้ส่วนตัวและอาหารแห้ง ส่งให้กับผู้ประสบภัยที่แขวงอัตตะปือ ด้วยรถเทรลเลอร์จำนวน 2 คัน
นายคำไพ พันธุ์ทองดี รักษาการกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการยืนยันข้อมูลตัวเลขล่าสุดซึ่งทางการลาวได้ระดมการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์สันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก นั้นจากข้อมูลระหว่างวันที่ 23-28 ก.ค.2561 พบผู้เสียชีวิต 8 ราย สูญหาย 123 ราย มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายพันคน ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งระดมการให้ความช่วยเหลือร่วมกับทุกภาคส่วนที่เข้าพื้นที่
“ขอขอบคุณน้ำใจคนไทยทั้งประเทศที่ระดมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ สปป.ลาว โดยที่สถานกงสุลใหญ่ขณะนี้สิ่งของต่างๆ มีเป็นจำนวนมาก จึงได้เร่งลำเลียงการขนส่งไปยังจุดคัดแยก ที่ มทบ.23 แล ศูนย์ฝึกอบรม ตร.ภ.4 ซึ่งขณะนี้เสื้อผ้าคาดว่าจะเพียงพอแล้ว จึงขอปรับแนวทางการรับบริจาคเร่งด่วนคือในประเภทของชุดเครื่องครัวแบบพร้อมใช้คือหวดและซึ้งนึ่งข้าว จาน ช้อน ส้อม น้ำปลา น้ำตาล กระทะ ซอส เครื่องปรุงรส ที่นอน หมอน มุ้ง ยารักษาโรค เปลสนามและเตียงนอนสนาม รวมทั้งอุปกรณ์การทำแผลสนาม โดยเหล่านี้คือสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่สถานกงสุลฯจะส่งมอบไปยังพื้นที่ที่ประสบภัยในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้จะมีการหารือในการปรับแผนการลำเลียงสิ่งของจากเดิมมุ่งตรงไปยัง จ.อุบลราชธานี เพื่อผ่านแดนช่องเม็ก-วังเต่า เป็นด่านมุกดาหาร-สะหวันนะเขต เพิ่มเติมอีก 1 จุด อีกทั้งขอให้ทุกฝ่ายอย่าอิงกระแสโซเชียลมีเดียและให้รอการประกาศอย่างเป็นทางการในด้านข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากทางการเท่านั้น”
นายคำไพกล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลแห่ง สปป.ลาว และศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ แห่ง สปป.ลาว ในการเร่งให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยขณะนี้แม้พื้นที่ที่ประสบเหตุทั้งแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาศักดิ์น้ำจะลดลง แต่ยังคงมีโคลนตมในพื้นที่จำนวนมากทำให้เป็นอุปสรรคต่อการกู้ภัยและการปฏิบัติงานในระยะนี้ แต่ทุกภาคส่วนก็ทำงานกันอย่างแข็งขันและเต็มที่ และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ นั้นคงจะยาวนานกว่า 1 เดือน ทำให้การฟื้นฟูสภาพจิตใจ การดูแลเรื่องสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ รวมไปถึงแผนการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย เป็นสิ่งที่ทางการแห่ง สปป.ลาว ได้กำหนดแผนงานไว้แล้ว