เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ห้องประชุม สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน กำลังชุดสืบสวน สภ.นาจอมเทียน สืบจังหวัดชลบุรี และสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ได้เรียกประชุมเร่งด่วนสรุปความคืบหน้าในคดี หนุ่มสาวคู่รักถูกมือปืนกระหน่ำยิงเสียชีวิต เบื้องหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ เมื่อเวลา 16.30 น.ของวันที่ 30 ก.ค.
พล.ต.ต.นันทชาติเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีว่า คาดว่ามือปืนใช้รถแวนฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 5195 ไม่ทราบจังหวัด เป็นยานพาหนะ ก่อเหตุอย่างอุกฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืนชนิดออโตเมติก ขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงร่าง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี สาวหน้าตาดี เข้าบริเวณกลางหลัง 2 นัด กระสุนทะลุออกด้านหน้าตัดขั้วหัวใจ ท้ายทอยขวา 1 นัด และขมับซ้าย 1 นัด และนายอนันตชัย จริตรัมย์ อายุ 21 ปี เข้าบริเวณขมับซ้าย 1 นัด แขนซ้าย 1 นัด และลำตัวขวา 1 นัด เสียชีวิตอย่างอนาถข้างรถแวน INNOVA สีขาว ทะเบียน ฎง 9641 กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางฝูงชนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นับเป็นคดีที่อุกอาจสร้างความสะเทือนขวัญให้กับสังคมเป็นอย่างมาก

ความคืบหน้าในคดีนี้ได้มีการสืบสวนหาข้อมูลจากพยานหลักฐาน นับว่ายังไม่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากเหตุยังเกิดได้ไม่ถึง 24 ชม. ซึ่งทางตำรวจได้มีการสนธิกำลังและเข้ามาดูแลในคดีนี้อย่างเต็มที่ ในส่วนของตัวผู้ตายทั้งคู่ทราบว่าทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม มาได้ประมาณ 1 เดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดของฝ่ายหญิง ทั้งคู่พร้อมเพื่อนชายอีก 2 คนได้พากันมาสังสรรค์เลี้ยงฉลองกันที่เมืองพัทยา ก่อนรุ่งเช้าจะเช่ารถพากันตระเวนเที่ยวที่ตลาดน้ำสี่ภาค ต่อด้วยสวนนงนุชพัทยา ก่อนทั้งคู่จะมาถูกมือปืนปิดฉากชีวิตลงอย่างอนาถ
ในส่วนประเด็นการสังหารมุ่งเป้าไปที่เรื่องชู้สาว เนื่องจากฝ่ายสาวทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำให้มีผู้ชายมาตามจีบหลายคน ซึ่งจากพฤติการณ์ของคนร้ายคาดว่าคงมีความโกรธแค้นฝ่ายสาวอย่างมาก เพราะลงมือกระหน่ำยิงฝ่ายหญิงถึง 4 นัด ก่อนจะยิงฝ่ายชายอีก 2 นัด ท่ามกลางฝูงชนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้มีการเรียกพยานหลายปากมาสอบปากคำ แต่อยู่ในชั้นความลับเพื่อความปลอดภัยในชีวิตพยาน รวมถึงติดตามหาภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดในจุดที่ผู้ตายไปเที่ยว เพราะคาดว่ามือปืนจะสะกดรอยตาม ก่อนจะสบโอกาสลงมือยิง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำงานกันอย่างเต็มกำลังเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าโรงพักได้มีเหล่าบรรดาญาติมิตรของผู้ตายมาเฝ้ารอติดตามผลดำเนินงานของตำรวจ ในการเร่งติดตามจับกุมคนร้าย บางส่วนเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อเสาะหาชนวนเหตุและตัวคนร้าย โดยทางญาติวิงวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Prapasiri Srithammawong” ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของทั้งคู่ โดยระบุว่า “เมื่อได้ทราบข่าวจากตำรวจพี่ถึงกับทรุด…ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากเห็นภาพถ่ายที่เขาส่งมา ได้แต่ภาวนาอย่าให้มันเป็นจริง เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ อาลัยสุดแด่น้อง ฟอส & สปาย ขอบคุณทั้งสองที่ให้แต่สิ่งดีๆ เรื่อยมา ไหนว่าเราจะกลับไปอยู่ด้วยกันอีก ไหนว่าจะไปญี่ปุ่นด้วยกัน ทำไมทิ้งกันไป ยังไม่ได้เห็นหน้าหลานน้อยเลย
พร้อมกับระบุอีกว่า “หลับให้สบายนะ ไปเป็นเทวดา นางฟ้า อยู่บนสวรรค์เด้อ รักกันจนวันตาย ความดีจะอยู่ตลอดไป คนเลวมันต้องได้รับกรรม


