เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 31 กรกฎาคม กรรมการชุมชนหน้าอำเภอ และชาวบ้านบนเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แจ้งมายังผู้สื่อข่าวว่า ที่สะพานกลาง สะพานท่าเทียบเรือบ้านหน้าทอน ต.อ่างทอง ที่ใช้เป็นที่เทียบท่าของเรือโดยสาร เรือทัวร์ เรือประมง และเรือขนส่งสินค้า ได้ถูกเรือบาจเครนที่จอดเทียบท่าถุกคลื่นซัดตัวเรือไปกระแทกกับโครงสร้างบริเวณหัวสะพานได้รับความเสียหายจนโครงสร้างแตกร้าว เสาปูนแตกจนถึงเหล็กเส้น จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายพงศ์เทพ ภู่มาลี กรรมการชุมชนหน้าอำเภอ
จากการตรวจสอบพบว่า เรือลำดังกล่าวถูกคลื่นทะเลที่มีกำลังแรงซัดตัวเรือไปกระแทกกับเสาโครงสร้างของท่าเรือจนได้รับความเสียหาย จนมีสภาพปูนแตกกระจายจนทำให้เหล็กโครงสร้างของสะพานโผล่ออกมา ส่วนยางที่ใช้ป้องกันเรือกระแทกท่าเทียบเรือได้รับความหายฉีกขาดใช้การไม่ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบอีกว่าบริเวณใต้พื้นสะพานมีรอยแตกร้าวจำนวนมากทั้งที่เสาโครงสร้างและพื้นของท่าเรือซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายกับตัวสะพานและผู้ที่มาใช้สะพานได้
จากการสอบถามทราบว่า เรือบาจเครนมูลค่า 20 ล้านลำนี้เป็นของบริษัทผู้รับเหมาวางท่อประปาใต้ทะเลจากฝั่งบกมายังเกาะสมุย ถูกชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมศุลกากร ตรวจยึดเรือบาจเครนกลางทะเลเกาะสมุยขณะกำลังวางท่อประปาใต้ทะเล โดยพบว่ามีการลักลอบนำเข้ามาจากสิงคโปร์ขึ้นทะเบียนเป็นเรือไทยกับกรมเจ้าท่าโดยไม่เสียภาษีศุลกากร โดยเรือบาจเครนลำนี้ถูกดำเนินคดีและนำมาจอดไว้ที่ท่าเทียบเรือตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดำเนินการเคลื่อนย้ายออกไป
นายพงศ์เทพ ภู่มาลี กรรมการชุมชนหน้าอำเภอ กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบเรือบาจเครนลำดังกล่าวที่ยึดมาให้ช่วยนำเรือเคลื่อนย้ายออกไป พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของท่าเรือด้วย เพราะถ้าปล่อยให้อยู่สภาพนี้เกรงว่าท่าเรือจะได้รับความเสียหายมากกว่านี้ และอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน นักท่องเที่ยวที่มาใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้





