เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนวชิราลงกรณ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153 กิโลเมตร เป็นเขื่อนหินถมคาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย และเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ
พบว่า แนวโน้มสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ณ ปัจจุบัน (31 กรกฎาคม 2561) ความจุอยู่ที่ 81% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร หากเทียบกับปริมาณน้ำ ณ ช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า พบว่า ปีนี้สูงที่สุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกันกับเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเหลือความจุรองรับน้ำได้อีกประมาณ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่เวลา 00.00-09.00 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม 61 มีน้ำไหลเข้าเขื่อนรวม 123.31 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าตลอดทั้งวันนี้ จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากใกล้เคียงกับเมื่อวาน ขณะที่เขื่อนพยายามควบคุมการระบายน้ำในอัตราไม่เกินวันละ 28 ล้านลบ.ม. เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำตลอดแม่น้ำแควน้อย
ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นด้วยเรื่อยๆ มีอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำในอ่างฯ (น้ำเข้า 123.31 น้ำออก 26.79) = 96.52 ล้าน ลบ.ม./วัน จะเห็นว่าหากสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนยังคงไม่ลดลง ช่องว่างที่เหลืออยู่ประมาณ 1,600 ล้าน ลบ.ม. จะรับน้ำได้อีกไม่นาน จำเป็นต้องพร่องน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ปริมาณไหลเข้าเขื่อนจะมีมาก แต่ยืนยันว่าสภาพเขื่อนวชิราลงกรณ ยังมีความมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.20 น. ทางกรมชลประทาน ได้มีการแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ จากที่เคยระบายน้ำวันละ 28 ล้าน ลบ.ม.โดยวันที่ 1 ส.ค.จะระบายน้ำเพิ่มเป็น 31 ล้าน ลบ.ม./วัน วันที่ 2 ส.ค.ระบายเพิ่มเป็น 34 ล้าน ลบ.ม./วัน ส่วนในวันที่ 3-5 ส.ค.จะระบายน้ำเพิ่มมากที่สุดคือเป็นวันละ 36 ล้าน ลบ.ม./วัน
ทั้งนี้เพื่อบริหารการจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสม โดยทางเขื่อนได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งปริมาณน้ำในวันนี้ (31 ก.ค.) ถึงแม้จะมีจำนวนมากในรอบ 34 ปี อีกครั้งหนึ่งเมื่อเทียบปริมาณน้ำในวันเดียวกันของทุกปี แต่ตัวเขื่อนยังมีความมั่นคงแข็งแรง 100 %
ขณะเดียวกัน ศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคตะวันตก (กาญจนบุรี) ได้รายงานสถานการณ์น้ำ แม่น้ำแควน้อย บริเวณสถานี K.54 ต.ลิ้นถิ่น อ.ทองผาภูมิ ระดับตลิ่ง 7.50 เมตร อัตราการไหล 890.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +60.60 ม.(ร.ท.ก.) สถานี K.58 บริเวณท่าเรือปากแซง ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค ระดับตลิ่ง 7.60 เมตร อัตราการไหล 700.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +39.50 เมตร (ร.ท.ก.)
สถานี K.10 อ.ไทรโยค ระดับตลิ่ง 10.30 เมตร อัตราการไหล 2300.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +30.40 เมตร (ร.ท.ก.) สถานี K.37 อ.เมืองกาญจนบุรี ระดับตลิ่ง 11.65 เมตร อัตราการไหล 2300.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +19.80 เมตร (ร.ท.ก.) และสถานี K.11A แม่น้ำแม่กลอง อ.ท่าม่วง ระดับตลิ่ง 6.20 เมตร อัตราการไหล (ไม่ระบุ)ศูนย์เสาระดับ +9.70 เมตร (ร.ท.ก.)ซึ่งทั้งหมดมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น และในขณะนี้เขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้ดำเนินการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนในปริมาณ 424 ลบ.ม./วินาที
ซึ่งจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแม่กลองมีระดับสูงขึ้น และส่งผลให้ขณะนี้พื้นที่ริมตลิ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เอ่อเข้าท่วมบ้างแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ไทรโยค ซึ่งมีเขตติดต่อกับ อ.ทองผาภูมิ


