เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาตรวจดูสถานการณ์น้ำโขงเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมกุฏิพระสงฆ์ และสิ่งของเครื่องใช้ ที่วัดศรีมงคลเหนือ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากบริเวณวัดมีพื้นที่ติดลำน้ำ 2 ด้าน โดยด้านทิศตะวันออกติดกับลำน้ำโขง ด้านทิศใต้ติดลำห้วยมุกซึ่งน้ำทั้ง 2 ด้านต่างก็มีระดับสูงไหลมาบรรจบกันโดยไม่มีทางระบายจึงทำให้มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมกุฏิพระสงฆ์หลายหลัง นายไพฑูรย์จึงได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วยขนย้ายสิ่งของ และนำกระสอบทรายมาวางเรียงกั้นน้ำตลอดแนวริมตลิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาได้อีก
ขณะที่ระดับน้ำโขงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม ระดับน้ำโขงที่หน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหาร สูง 12.75 เมตร ซึ่งเกินระดับน้ำขั้นวิกฤต 12.50 เมตร ขึ้นมาแล้วถึง 25 เซนติเมตร ส่งผลให้ยังคงมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร หว้านใหญ่ ดอนตาล รวมทั้งชุมชนเทศบาลเมืองมุกดาหารที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ อพปร.เทศบาลเมืองมุกดาหาร ให้การช่วยเหลือขนย้ายสินค้าของผู้ประกอบการค้าที่ยังติดค้างอยู่จำนวนมากตลอดทั้งวัน
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศให้พื้นที่ 12 ตำบล 73 หมู่บ้าน ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร 5 ตำบล 43 หมู่บ้าน ในอำเภอหว้านใหญ่ 7 ตำบล 63 หมู่บ้านในอำเภอดอนตาล ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำโขง และอำเภอดงหลวง ซึ่งอยู่ติดกับ อ.นาแก จ.นครพนม และได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในพื้นที่ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันจนทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 6 ตำบล 60 หมู่บ้าน เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งสิ้น 30 ตำบล 239 หมู่บ้าน เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ต่อไป


