หน้าแรก ภูมิภาค “องคมนตรี” ตร...

“องคมนตรี” ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริด้านแหล่งน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี

1.08.18 | 22:11 น.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางติดตามตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำบางทรายนวลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านทับคริสต์ ต.คลองชะอุ่น อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี รับฟังสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมกับตรวจเยี่ยมโครงการและพบปะเยี่ยมราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ โอกาสนี้ได้ปลูกต้นเคี่ยม ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมปล่อยกุ้งก้ามกรามเพื่อแพร่ขยายพันธุ์
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำบางทรายนวลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2527 เพื่อจัดหาน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกของราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ในเขต ต.คลองชะอุ่น มีน้ำใช้ตลอดปี โครงการเริ่มก่อสร้างในปี 2529 แล้วเสร็จในปี 2531 มีลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 32 เมตร มีความจุระดับกักเก็บ 2.20 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) สามารถส่งน้ำให้พื้นที่หมู่ 2 และ หมู่ 3 ต.คลองชะอุ่น สำหรับทำการเกษตรประมาณ 3,000 ไร่ และอุปโภคบริโภค 235 ครัวเรือน 1,238 คน ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งราษฎรจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ “บริหารการใช้น้ำบางทรายนวล” และจัดตั้งกองทุน เก็บค่าบำรุงรักษาจากสมาชิก รวมทั้งประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำทุกๆ 2- 3 เดือน เพื่อสร้างการรับรู้ร่วมกัน ตลอดจนให้ความรู้กับผู้สนใจศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ และร่วมกันพัฒนาบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำบางทรายนวลเป็นประจำ
จากนั้นช่วงบ่าย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เดินทางตรวจโครงการทำนบดินคลองบางพ่อตาพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านบางปรุ หมู่ที่ 6 ต.คลองศก อ.พนม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 ตามที่ราษฎรหมู่ที่ 6 ตำบลคลองศก ขอพระราชทาน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง โดยเป็นทำนบดิน ขนาดความจุ 30,000 ลบ.ม. สามารถส่งน้ำช่วยเหลือราษฎร 193 ครัวเรือน 965 คน มีน้ำอุปโภคบริโภค และพื้นที่เกษตรประมาณ 772 ไร่ได้อย่างเพียงพอตลอดปี
นอกจากนี้ราษฎรรวมตัวกันตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำในชื่อ “ป่าเขียวน้ำใสด้วยน้ำพระทัยในหลวง” มีสมาชิก 138 ครัวเรือน และจัดตั้งกองทุนโดยเก็บค่าบำรุงรักษา เพื่อใช้ซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบส่งน้ำในกรณีฉุกเฉิน มีการประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำทุกเดือนและในวันหยุดนักขัตฤกษ์ นอกจากนี้ยังร่วมกันพัฒนา บำรุงรักษาโครงการทำนบคลองบางพ่อตาเป็นประจำ

ต่อมาองคมนตรี เดินทาง ตรวจเยี่ยมโครงการฝายคลองสะพานนาคอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 5 ต.คลองศก อ.พนม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2545 ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)คลองศก ขอพระราชทาน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรมของราษฎรหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ซึ่งกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเป็นฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดสันฝายสูง 2 เมตร ยาว 24 เมตร ระบบท่อส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบท่อส่งน้ำ 53 แห่ง สามารถส่งน้ำสำหรับอุปโภคช่วยเหลือราษฎรหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ต.คลองศก 87 ครัวเรือน และ พื้นที่เกษตร ประมาณ 1,000 ไร่ได้อย่างเพียงพอตลอดปี โดยราษฎรรวมตัวตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ “สายธารร่วมใจสะพานนาค” เพื่อการบริหารจัดการน้ำและรบำรุงรักษาฝายให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวม 31 โครงการ เป็นโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ 19 โครงการ จากการติดตามตรวจเยี่ยมของคณะองคมนตรีครั้งนี้ จะรวบรวมปัญหา อุปสรรค ตลอดจนประสิทธิภาพในการดำเนินงานแต่ละโครงการฯ เนื่องจากบางโครงการมีอายุการใช้งานมานาน ประกอบกับความต้องการใช้น้ำของประชาชนและประโยชน์ด้านอื่นๆเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องติดตาม ขับเคลื่อนเพื่อให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีการต่อยอด ขยายผล ตามพระราชปณิธาณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการเพื่อสร้างประโยชน์ยิ่งขึ้นต่อไป