วันที่ 2 สิงหาคม 2561 ภายในที่ดินเขตป่าควนคุ้งคั้ง หมู่ที่ 17 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งตั้งอยู่ติดเขตป่าควนคุ้งคั้ง ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ประกอบด้วย ตำรวจ สภ.เขาวิเศษ., กอ.รมน.ส่วนกลาง ,กอ.รมน.ตรัง , ทหารค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จ.ตรัง ,เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าวังวิเศษ – สิเกา ,เจ้าหน้าที่ปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.),เจ้าหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง และฝ่ายปกครอง อ.วังวิเศษ รวมกว่า 30 นาย นำโดย พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาดำ ผู้กำกับการ สภ.เขาวิเศษ , พ.อ.ณัฐวัฒน์ นุ่นชูผล สำนักการข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร. สนธิกำลังร่วมกันเข้าไปตรวจสอบการขออนุญาตขุดดินของ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 17 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งตั้งอยู่ติดเขตป่าควนคุ้งคั้ง ต.เขาวิเศษ ติดกับกับสถานที่ท่องเที่ยววังนกน้ำ ต.เขาวิเศษ เนื้อที่รวมกว่า 9 ไร่เศษ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการขุดดินในพื้นที่เกินขอบเขตตามที่มีการขออนุญาต จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบมีการนำป้ายใบแทนใบขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานแผ่นใหญ่ติดตั้งไว้บริเวณหน้างาน ตามหลักฐานดังกล่าวระบุดำเนินการบนที่ดินเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ทั้งหมด 3 แปลง โดยที่ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว และเป็นเจ้าของที่ดิน และผู้รับใบอนุญาตได้นำเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบชี้พิกัด พร้อมแสดงหลักฐานการครอบครองที่ดินว่ามีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.ถูกต้อง รวม 3 แปลง

ทั้งนี้พื้นที่การขุดเป็นเนินเขาสูงชัน และตลอดแนวที่มีการขุดดินดินแล้ว ยังพบมีดินสไลด์ลงมาด้านล่างเป็นจำนวนมาก และพบว่ายังคงเสี่ยงจะสไลด์ลงมาเพิ่ม เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่เป็นช่วงฤดูฝน จะเกิดฝนตกหนักบ่อยครั้ง นอกจากนั้นบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงยังพบมีการปลูกปาล์มน้ำมัน และพื้นที่บนเนินเขามีการปลูกยางพาราด้วย โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ทำการตรวจจับพิกัดจีพีเอส เพื่อตรวจสอบความชัดเจนของแนวเขตที่มีการครอบครอง และการเข้าขุดดินหรือทำประโยชน์จริงว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่
นายเทอด อักษรทอง หัวหน้ากลุ่มโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวยืนยันว่า เนื้อที่ที่มีการขออนุญาตจริง รวม 3 แปลง เนื้อที่รวมทั้งหมด 8 ไร่ 3 งาน พบมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 จริง เพราะการดำเนินการจริงไม่เป็นไปตามแบบแปลนแผนผังการขออนุญาต หรือผิดเงื่อนไขการขออนุญาต โดยมีอัตราโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 200,000 บาท พร้อมสั่งระงับการดำเนินการทั้งหมดไว้ทันที จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายประยูร ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวที่ สภ.เขาวิเศษ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าร่วมด้วย แต่อยู่ระหว่างการสอบตรวจอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ที่ดินต่อไป ซึ่งหากพบกระทำผิดเพิ่ม ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม ต่อไป

