เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบครอบครัวเด็กศีรษะโต ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องเช่าแคบๆ จำนวน 5 คน โดยแม่ของเด็กทำอาชีพรับจ้างรายวัน ได้ค่าจ้างวันละ 320 บาท ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดู 4 ชีวิตเพียงคนเดียว ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมาก จึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ได้ลงพื้นที่ไปตามที่อยู่ที่แจ้งมา พบว่าเป็นห้องเช่าแคบๆ เลขที่ 151 อยู่ในหมู่บ้านยางน้อย หมู่ที่ 11 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนางสมควร พิมพ์ปรุ อายุ 52 ปี อยู่ดูแล ด.ญ.ประภัสสร บรรจงปรุ หรือน้องคูณ อายุ 6 ขวบเพียงลำพัง โดยน้องคูณเป็นเด็กที่มีลักษณะศีรษะโต วัดเส้นโดยรอบศีรษะได้ประมาณ 50 เซ็นติเมตร มีร่างกายซูบผอม แขน และขาลีบ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องนอนอยู่บนที่นอนตลอดเวลา บางครั้งก็ร้องไห้งอแง ซึ่งนางสมควรต้องมาดูแล เช็ดเนื้อ เช็ดตัว เปิดพัดลม และป้อนอาหารให้ เพราะต้องคูณไม่สามารถพูดสื่อสารตอบโต้ได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
นางสมควร กล่าวว่า ในบ้านเช่าหลังนี้ อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน ประกอบด้วย ตนซึ่งเป็นแม่ นายสมพร อายุ 33 ปี ลูกชาย น.ส.วิไลภรณ์ อายุ 29 ปี ลูกสาว ด.ช.อภิสิทธิ์ อายุ 10 ขวบ หลาน และ ด.ญ.ประภัสสร หรือน้องคูณ เด็กศีรษะโต ซึ่งเป็นลูกคนเล็กของลูกสาว โดยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว จะนอนเบียดกันอยู่ด้วยกันทั้ง 5 คน ทั้งนี้ ครอบครัวกำลังประสบกับความยากลำบากมาก เพราะนายสมพรลูกชายตกงาน ต้องหารับจ้างทั่วไป บางวันไม่มีรายได้ ส่วนตนประสบอุบัติเหตุเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ทำให้ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ความจำสั้น ทำงานหนักไม่ได้ ขณะที่สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ปัจจุบันมีเพียงลูกสาวที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนสามีลูกสาวทิ้งไปหลายปีแล้ว

“ลูกสาวเรียนจบแค่ ม.3 ต้องออกไปทำงานรับจ้างในโรงงานทอผ้าฝ้าย มีรายได้เพียงวันละ 320 บาทเท่านั้น เงินที่ได้จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัวทั้ง 5 คน โดยหลานชายก็กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4 ส่วนหลานสาวคือน้องคูณ พิการเป็นโรคศีรษะโต ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องนอนอยู่แต่บนที่นอนตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงกลางวันมีเพียงตนคอยดูแลหลานเพียงลำพัง” นางสมควร กล่าว
นางสมควรกล่าวอีกว่า น้องคูณป่วยเป็นโรคศีรษะโตตั้งแต่อายุ 3 เดือนแล้ว แพทย์ระบุว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ ต้องรักษาตามอาการไปวันๆ เท่านั้น ซึ่งแม่ของน้องคูณก็ดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด 6 ปี ไม่ย่อท้อ แม้จะต้องทำงานหนักเพียงใด ก็ไม่เคยทอดทิ้งลูก เพราะด้วยความเป็นแม่ที่รักลูกเท่าชีวิต โดยจะทำงานรับจ้างรายวัน มีวันหยุดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ที่จะมาดูแลลูกเต็มวัน เงินที่ได้จากการทำงานประมาณเดือนละ 7,000 บาท ไม่เพียงพอต่อการใช้เลี้ยงครอบครัว เพราะต้องจ่ายค่าห้องพัก รวมค่าน้ำ ค่าไฟ เฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาท ค่าอาหาร ค่าของใช้ในครอบครัว ค่าเรียนหนังสือ ก็เกือบหมดแล้ว เมื่อต้องมาใช้จ่ายซื้อของใช้สำหรับน้องคูณ อาทิ ผ้าอ้อม, ค่ายาแก้แพ้, ค่าอาหารเหลว และค่าตรวจสุขภาพ โดยต้องไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาทุกเดือน ทำให้ติดลบทุกเดือน ต้องหยิบยืมเงินเพื่อนบ้านมาใช้ตลอด
“ที่ผ่านมา มีเพื่อนบ้านสงสาร นำเรื่องราวไปเล่าในเฟซบุ๊ก ทำให้มีผู้ใจบุญนำสิ่งของมาช่วยเหลือบ้าง ขอขอบคุณในความมีน้ำใจ แต่ลูกสาวยังคงต้องทำงานหนักเหมือนเดิม เพราะจำเป็นต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวในระยะยาว โดยเฉพาะการดูแลน้องคูณ ที่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น ภูมิแพ้ เป็นแผลกดทับบริเวณศีรษะ และปอดบวม ผู้เป็นแม่ต้องรับผิดชอบดูแลไปอย่างนี้ตลอดชีวิต” นางสมควร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการบริจาคสิ่งของให้ความช่วยเหลือครอบครัวน้องคูณ ส่งของบริจาคมาได้ที่ บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 11 บ้านยางน้อย ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา หรือบริจาคเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทสโก้ โลตัส นครราชสีมา ชื่อบัญชี น.ส.วิไลภรณ์ บรรจงปรุ เลขที่บัญชีธนาคาร 402-632356-1 หรือติดต่อ น.ส.วิไลภรณ์ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 06-1159-4998



