ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.คืนวันที่ 15 เม.ย.2559 ที่ผ่านมา ณ บริเวณเวทีกลางถนนข้าวเหนียว หน้าข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยานในการร่วมบันทึกสถิติการทำคลื่นมนุษย์ที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย ภายในกิจกรรมถนนข้าวเหนียววันสุดท้าย โดยมีพิพิธภัณฑ์ริบลีย์เชื่อหรือไม่พัทยาประเทศไทย มาบันทึกสถิติในการเล่นคลื่นมนุษย์ในปีนี้ หลังจากที่เทศบาลนครขอนแก่นเคยทำสถิติไว้เมื่อปี 2554 โดยในครั้งนั้น มีผู้มาร่วมทำคลื่นมนุษย์อยู่ที่ 50,208 คน
โดยในการทำบันทึกสถิติในปีนี้ นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เป็นคนนำพาเล่นคลื่นมนุษย์ โดยที่พิพิธภัณฑ์ริบลีย์เชื่อหรือไม่พัทยาประเทศไทย หรือ ริบลีย์เวิลด์ พัทยาประเทศไทย ได้กำหนดคุณสมบัติและข้อบังคับไว้ทั้งหมด 10 ข้อ ซึ่งทุกข้อนักท่องเที่ยวที่มาร่วมบันทึกสถิตินั้นจะต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการทำคลื่นมนุษย์ไปและกลับ ทั้งหมด 3 รอบ การที่ทุกคนจะต้องกระโดดให้พ้นจากพื้นและชูมือขึ้นสูงสุดและจะต้องรีบกลับลงมานั่งทันทีเหมือนกับคลื่นในทะเลทั่วไป โดยการวัดจำนวนนั้นได้กำหนดไว้ในระยะทาง 1 กิโลมเมตร และบนความกว้าง 6 เมตร ตลอดแนวถนนข้าวเหนียว ซึ่งทันทีที่ครบ 3 รอบ ทุกคนต่างร่วมกันเต้นเพลงซิดแทนสาด ช่วยชาติประหยัดน้ำ ซึ่งถือเป็นการจัดกิจกรรมถนนข้าวเหนียวในปีนี้ ก่อนที่จะมีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณทองคำรับรองการทำสถิติใหม่ ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 61,725 คน และมีผู้มาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ตลอดทั้งวันถึงเวลา 19.30 น. อยู่ที่ 110,184 คน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ภูมิใจแทนชาวขอนแก่น ที่วันนี้สามารถที่จะบันทึกสถิติและจารึกไว้บนประวัติของความเป็นขอนแก่น ความเป็นอีสานและความเป็นประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดและสวยงามที่สุด เมื่อได้อยู่บนเวทีได้เห็นถึงความตั้งใจจริงและแววตาของนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในการที่แสดงออกถึงพลังและความตั้งใจจริงในการร่วมบันทึกสถิติในครั้งนี้ ซึ่งแม้ว่าจะมาร่วมสนุกสนานกับการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถือเป็นสุดยอดของเมืองหลักในภาคอีสานแล้ว การร่วมกิจกรรมต่างๆด้วยพลังและด้วยใจที่แสดงออกมาแล้วนั้นภาพที่ออกมาและผลงานที่ได้รับถือว่าน่าภาคภูมิจอย่างมาก
“ขอนแก่นถือว่าเป็นเมืองหลักของภาคอีสาน จากนี้ไปจะต้องเน้นหนักไปที่การนำเสนอและโปรโมตให้ขอนแก่นเป็นเมืองหลักที่สำคัญของประเทศที่ไม่ใช่เมืองรองอีกต่อไปกิจกรรมดีๆที่กำหนดขึ้นมาในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงศักยภาพที่ชัดเจนของจังหวัดที่โดดเด่นไม่ด้อยไปจากเมืองใหญ่ของไทย ซึ่งเราต้องร่วมมือกันนำเสนอศักยภาพของเมืองแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก”


