เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากวิกฤตภัยแล้งใน จ.เชียงราย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ทำให้เกิดเนินทรายขึ้นกลางแม่น้ำโขงหลายจุด และได้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือทุกชนิด โดยเฉพาะเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่สัญชาติจีน ไม่สามารถแล่นไปรับสินค้าที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ที่บ้านสบกก ต.บ้านแซว ซึ่งห่างจากท่าเรือแห่งที่ 1 ขึ้นไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตรได้ ทำให้เรือบรรทุกสินค้าทั้งเรือจีนและเรือลาวต้องจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแห่งที่ 1 เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจการค้าทางเรือในแม่น้ำโขงช่วงนี้ต้องชะลอตัวลง
ล่าสุดสถานการณ์ขณะนี้ได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว ภายหลังจากทางการจีนได้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงหรือเขื่อนเชียงรุ้ง เมืองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีนตอนใต้ จาก 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงมีระดับที่สูงขึ้น โดยบริเวณที่ว่าการอำเภอเชียงแสนสามารถตรวจวัดความสูงได้ 2.48 เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการเดินเรือทั้งเรือท่องเที่ยวและเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ให้สามารถแล่นได้เป็นปกติ
โดยทาง น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา ผู้ประกอบการเดินเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง เปิดเผยว่า น้ำที่เพิ่มปริมาณขึ้นทำให้เรือสินค้าสามารถเดินเรือสินค้าได้ ทั้งระหว่างท่าเรือเชียงแสนไปยังท่าเรือกวนเหล่ย ประเทศจีน และท่าเรือเชียงของไปยังท่าเรือหลวงพระบาง สปป.ลาว รวมไปถึงเรือท่องเที่ยว ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถแล่นได้ เนื่องจากน้ำตื้นเขินโดยเฉพาะช่วงหาดป่าเหลว ชายแดนระหว่างพม่าและ สปป.ลาว ทำให้เรือสินค้าของจีนติดสันดอนทรายขวางทางน้ำ ทำให้เรือทุกชนิดไม่สามารถวิ่งได้ แต่ขณะนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการเรือบรรทุกสินค้าในแม่น้ำโขงหลายรายบอกว่า ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นขณะนี้แม้จะทำให้การเดินเรือสินค้าในลำน้ำโขงกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่อาจเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากอยู่ในภาวะแล้งโดยน้ำอาจจะแห้งเป็นระยะๆ และจะแห้งที่สุดในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน

