ฆ่ารัดคอชายนิรนามทิ้งเน่าในป่ากลางเมืองอุดร

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 สิงหาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี แจ้ง ร.ต.อ.เสถียร วงค์มหาจักร รอง สว.สอบสวน ออกไปตรวจสอบเหตุพบศพ ชายเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ในป่าต้นกระถินริม ถ.วัฒนานุวงศ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมกับ พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุล รอง ผกก.สืบสวน ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี และอาสาสมัครมูลนิธิส่งเสริมธรรมอุดรธานี

ที่เกิดเหตุเป็นที่ดินว่างมีป่าราว 5 ไร่ มีต้นกระถินและหญ้าขึ้นสูงท่วมศีรษะ ด้านในมีเพิงที่พักคนเร่ร่อน 2 จุด พบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุ 40-50 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรั้ว ขึ้นอืดมีหนอนขึ้นแล้ว สภาพศพสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีดำ ทับเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว หนีบสายเอี๊ยมสีดำที่ขอบกางเกง สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ บริเวณหน้าท้องมีรอยสักรูปหัวกะโหลก ส่วนที่ศีรษะเน่าเนื้อและผมหลุดออกเหลือแต่กะโหลก ที่คอมีสายยางสีเหลืองรัดเป็นปม และที่ปลายเท้ามีสายยางสีเหลืองอีกเส้นเหมือนกับที่รัดที่คอ

ตรวจค้นตัวผู้ตาย พบกระเป๋าสตางค์แบบผ้า มีธนบัตรใบละ 20 บาท เงินเหรียญจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุงสีดำ พร้อมสายชาร์จ เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ยี่ห้อโซนี่ บัตรนำเที่ยวของชาวต่างชาติ มาจากเกาะสมุย รูปถ่ายชายชาวต่างชาติ, ลูกกุญแจห้อง 1 ดอก และซองบุหรี่ 1 ซอง แพทย์ชันสูตรระบุว่าเสียชีวิตมา 2 สัปดาห์ ฟันข้างบนและล่างหัก ที่หน้าท้องมีรอยสักรูปหัวกะโหลก 2 รูป ลักษณะแต่งตัวดี

นายวสันต์ คำกัญญา อายุ 25 ปี ลูกจ้างโรงงานทำเบาะ ที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุ เล่าว่า มาถึงที่ทำงานเปิดโรงงานเข้าไป ได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนสัตว์ตาย จึงชวนเพื่อนที่ทำงานด้วยกันเดินหา เมื่อไปทางด้านหลังโรงงานกลิ่นเหม็นยิ่งแรงขึ้น จึงนำบันไดมาปีนดูที่รั้วหลังโรงงาน เมื่อปีนขึ้นไปตกใจแทบช็อก เพราะเห็นศพชายนอนหงายขึ้นอืดอยู่ในป่ากระถินหลังรั้วโรงงาน จากนั้นจึงได้โทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

นายณัฐวุฒิ กวานปัดชา อายุ 24 ปี ลูกจ้างร้านขายข้าวสารติดกับที่เกิดเหตุ ให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาจะมีคนเร่ร่อนเข้ามาพักอาศัยอยู่ในป่ากระถิน 3 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คน ซึ่งคนพวกนี้ติดสารระเหย และมีอาชีพหาเก็บของเก่าไปขาย แต่มาช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ไม่เห็นคนเร่ร่อนทั้ง 3 คนเข้ามาหลับนอนบริเวณนี้เลย

พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใคร จะเป็นชาวต่างชาติที่ตรวจพบบัตรนำเที่ยวหรือไม่ หรือจะเป็น 1 ใน 3 ของคนเร่ร่อน เพราะดูจากสภาพศพแล้วผู้ตายแต่งตัวดี ไม่เหมือนที่จะเป็นคนเร่ร่อน หรือหากเป็นคนเร่ร่อนจริง ก็อาจจะเก็บบัตรนำเที่ยวมาก็ได้ ได้ให้ทีมสืบสวนหาพยานในพื้นที่ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและบน ถ.วัฒนานุวงศ์ ตามหาคนเร่ร่อนที่หายไป และเบาะแสเสื้อผ้าผู้ตาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอเตือนความเสี่ยงคนผ่าคลอดก่อนกำหนด เมื่อคนไข้เชื่อ ‘ฤกษ์หมอดู’
บทความถัดไปโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ประจำปี 2561 ครั้งที่ 24