เมื่อเวลา 17.00น. วันที่ 6 สิงหาคม 2561 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งการให้ นายอารุณ ปินตา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมนายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี และปลัดอำเภอเมือง ออกสำรวจสถานการณ์น้ำในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และ แม่น้ำแม่กลอง ภายหลังเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ ปรับแผนระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในปริมาณที่สมดุลและเตรียมรองรับน้ำช่วงฤดูฝนในอีก 2 เดือนข้างหน้า

จากการสำรวจ พบว่าปริมาณน้ำสูงขึ้น แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยริมน้ำ ผู้ประกอบการเรือแพ ผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชัง โดยยังสามารถเลี้ยงได้ตามปกติ จากจุดวัดปริมาณน้ำ บริเวณตอม่อสะพานบริเวณสะพานแม่กลอง ปริมาณน้ำยังต่ำกว่าจุดวัดในระดับวิกฤติอยู่มาก แต่กระแสน้ำค่อนข้างไหลเชี่ยว ระดับน้ำบริเวณตลิ่งเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

นายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า อำเภอเมืองร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ออกสำรวจปริมาณน้ำพบระดับน้ำสูงกว่าเดิม แต่ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2-3 เมตร ถือว่าสถานการณ์ยังปกติ ไม่ส่งผลกระทบ หรือ น้ำท่วมแต่อย่างใด ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล ขอให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจ นอกจากนี้ได้ให้ผู้นำชุมชนเฝ้าระวัง หากเกิดสถานการณ์น้ำเอ่อเข้าท่วม
นายอารุณ กล่าวว่า ผู้ว่าฯสั่งการให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีการติดตามการระบายน้ำจากทั้ง 2 เขื่อนหลักของ จ.กาญจนบุรีตลอดเวลาและปริมาณน้ำในทุกอำเภอตลอดลำน้ำ โดยประสานเขื่อนทั้ง 2 แห่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน จากการลงพื้นที่พบว่าสถานการณ์ไม่น่าห่วง และมีความมั่นใจในความแข็งแรงของทั้ง 2 เขื่อนใหญ่ แต่ก็ไม่ประมาท ได้เตรียมพร้อม หากปริมาณน้ำสูงขึ้น โดยมีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
วันเดียวกัน นายกิตตินันท์ อรรถบท นายอำเภอท่ามะกา ออกตรวจสภาพลำน้ำแม่กลอง ในเขตพื้นที่ เทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น พื้นที่ ต.แสนตอ ต.หวายเหนียว ต.พงตึก ต.ท่าไม้ ต.ท่าเสา ต.ดอนขมิ้น ต.ลูกแก และ ต.ท่ามะกา พบระดับน้ำสูงขึ้น แต่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2-4 เมตร

