เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต ว่า ได้ออกประกาศให้เรือท่องเที่ยวทุกลำปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร โดยเรือทุกลำต้องออกจากท่าที่กำหนดเป็นจุดเช็กพอยท์ 24 ท่าเท่านั้น ก่อนเรือออก ต้องแจ้งชื่อ สกุล รูปภาพ ของกัปตัน ลูกเรือ ผู้โดยสาร โดยมีเจ้าหน้าที่จากทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าท่า ตำรวจน้ำ ท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการกำลังตรวจสอบ มีผู้จัดการท่าเรือนั้น รับผิดชอบดูแลความปลอดภัย
นายนรภัทร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังตั้งศูนย์เฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ที่อ่าวฉลอง โดยอบจ. ภูเก็ต จะจัดสรรงบประมาณเข้าไปปรับปรุงส่วนที่ยังไม่พร้อมในด้านต่างๆ และศูนย์ให้การช่วยเหลือทางทะเลที่เกาะยาว จ.พังงา เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน มีการจัดทำฐานข้อมูลเชื่อมโยงในการติดตามเรือทั้งอันดามัน ติดตั้งกล้อง CCTV ในทุกท่าเรือ มีการประชาสัมพันธ์สาธิตการใช้อุปกรณ์การช่วยชีวิตและการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างปลอดภัย รวมทั้งตั้งชุดเฉพาะกิจพิเศษลาดตระเวนให้เรือทุกลำปฏิบัติตามประกาศของจังหวัด หากพบลำใดละเลยไม่ปฏิบัติตาม จะไม่อนุญาตให้ออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด และจะเอาผิดเรือลำนั้นๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายนรภัทร กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทางจังหวัดดำเนินการในขณะนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ต และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวทุกคน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ทางจังหวัดภูเก็ต จะร่วมกับสมาคมธุรกิจไทย-จีน ภูเก็ต จัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตเหตุเรือล่ม ครบ 49 วัน (5 ก.ค.61) ที่บริเวณสะพานหิน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

