เมื่อวันที่ 8 ส.ค.61 ที่ห้องประชุมเขาแหลม 1 อาคารที่ทำการชั้น 2 เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสำนักชลประทานที่ 13 พันเอก ปรีติ กุมภิรัตน์ ผบ.นพค.11 อำเภอทองผาภูมิ พันเอก ธีรยุทธ์ เซ้งรอด รองเสนาธิการ กองพลทหารราบที่ 9 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค และอำเภอเมือง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาญจนบุรี สาขาอำเภอทองผาภูมิ เข้าร่วมประชุมแนวทางการบริหารจัดการแผนระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปริมาณมากกว่าปกติ
โดย นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ชี้แจงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล วันที่ 8 สิงหาคม 2561 เวลา 07.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,522 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 85% ระดับน้ำ 151.39 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีมติให้เร่งพร่องน้ำออกไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ในช่วงเดือน สิงหาคม และกันยายนนี้ จึงมีมติปรับแผนการระบายน้ำ วันที่ 6-12 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,340 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยมีการบริหารจัดการน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้
นายไววิทย์ ยังกล่าวอีกว่า เขื่อนวชิราลงกรณจะระบายน้ำวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หากสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำยังเป็นลักษณะนี้ คือมีปริมาณน้ำน้ำไหลเข้าประมาณวันละ 50-70 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ถ้าเกิดเหตุพายุเข้าหรือปริมาณน้ำฝนลดน้อยลง อาจจะมีการปรับเพิ่มหรือลด โดยมีคณะกรรมการวิเคราะห์น้ำทุกสัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และขอยืนยันว่าเขื่อนวชิราลงกรณยังมีความมั่นคง ปลอดภัย และแข็งแรงแน่นอน ช่วงนี้ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบสุขภาพเขื่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น


