เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี สำนักศิลปากรที่ 9 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สถานีเรือโขงเจียม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านด่านโขงเจียมและ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จัดพิธีบวงสรวงเพื่อดำเนินการเคลื่อนย้ายฐานศิลาจารึกโบราณในสมัยพระเจ้าจิตรเสน หรือ ฐานจารึกถ้ำปราสาท หรือ ถ้ำภูหมาไน ซึ่งถูกสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 11 – 12 มีอายุกว่า 1,400 ปี ที่ถ้ำปราสาท หรือถ้ำภูหมาไน อ.โขงจียม จ.อุบลราชธานี
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี สำนักศิลปากรที่ 9 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สถานีเรือโขงเจียม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านด่านโขงเจียมและ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จัดพิธีบวงสรวงเพื่อดำเนินการเคลื่อนย้ายฐานศิลาจารึกโบราณในสมัยพระเจ้าจิตรเสน หรือ ฐานจารึกถ้ำปราสาท หรือ ถ้ำภูหมาไน อ.โขงจียม จ.อุบลราชธานีซึ่งถูกสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 11 – 12 มีอายุกว่า 1,400 ปี ที่ถ้ำปราสาท หรือถ้ำภูหมาใน ซึ่งลักษณะถ้ำจะเป็นชะง่อนผายื่นออกจากฝั่งแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดฐานจารึกและชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

สำหรับศิลาจารึกโบราณถ้ำปราสาท หรือ ฐานจารึกถ้ำภูหมาไน เป็นศิลาจารึกบนฐานรูปเคารพ อยู่ในสมัยพระเจ้าจิตรเสนถูกพบที่ถ้ำปราสาท หรือ อีกชื่อคือถ้ำภูหมาไน หรือ ฐานจารึกถ้ำภูหมาไน นอกจากนั้นถ้ำแห่งนี้ยังพบจารึกทรงใบเสมาอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งในระยะแรกจึงเรียกจารึกทั้ง 2 หลักนี้รวมกันไปว่า “จารึกถ้ำปราสาท” หรือ “จารึกถ้ำภูหมาไน” ต่อมาทางสำนักฝรั่งเศสปลายบูรพาทิศ (EFEO) ได้กำหนดรหัสจารึกให้กับจารึกทรงใบเสมาเป็น “K. 508” และ จารึกที่ฐานรูปเคารพเป็น “K. 509”
ต่อมาหอสมุดแห่งชาติจึงเรียกจารึก “K. 509” ว่า จารึกถ้ำภูหมาไน (อบ. 9) มีภาษาสันสกฤต อยู่ 1 ด้าน และทั้งหมด 3 บรรทัด ข้อความในจารึกกล่าวถึงพระเจ้าจิตรเสน กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงได้ชัยชนะเหนือกัมพูประเทศ และได้เฉลิมพระนามว่า “ศรีมเหนทรวรมัน” อีกทั้งโปรดให้สร้างรูปเคารพต่างๆ ในลัทธิไศวนิกายไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะของพระองค์ ซึ่งในจารึกถ้ำภูหมาไน (อบ. 9) นี้ เป็นการสร้างพระโค ซึ่งน่าจะหมายถึง “โคนนทิ” พาหนะของพระศิวะนั่นเอง

จากจารึกนี้ จึงเป็นหลักฐานอย่างดีว่า อารยธรรมแถบลุ่มแม่น้ำชี และลุ่มแม่น้ำมูลในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 – 12 นั้น มีผู้นำของอาณาจักรที่นับถือศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย “จิตรเสน” เป็นพระนามของเจ้าชายผู้ทรงเป็นพระญาติกับพระเจ้าภววรมันที่ 1 (พ.ศ. 1141 – 1150) กษัตริย์แห่งอาณาจักรเจนละ ต่อมาเจ้าชายจิตรเสนได้ครองราชสมบัติ ฉลองพระนามเป็น พระเจ้ามเหนทรวรมัน (ราว พ.ศ. 1150 – 1159) ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี สำนักศิลปากรที่ 9 จะได้นำโบราณวัตถุที่ประกอบไปด้วย ฐานรองจารึก ฐานประติมากรรม และแผ่นอัฒจันทร์ ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี




